“ หลวงพ่ออยากให้เกิดประโยชน์ ให้ฟังเสียง “ สัมมาอะระหัง ” ให้ใจนุ่ม ๆ ซึ่งจะช่วยได้เยอะตอนเวลาทำงาน จะได้ช่วยประคองใจให้อยู่แต่ตรงกลาง เพื่อเวลานั่งจะได้น้อมใจเข้ากลางได้ง่าย ใจจะได้วนเวียนอยู่กับภารกิจกับจิตใจไปคู่กัน เราปล่อยวางทางใจ แต่ไม่ปล่อยปละละเลยในหน้าที่ มือก็ทำงานรับบุญไป หูก็ฟังเสียง “ สัมมาอะระหัง ”
เป็นธรรมดาของชายหนุ่มหญิงสาวเมื่อได้ครองรักปักฐานกลายเป็นสามีภรรยา กันแล้ว ย่อมปรารถนาที่จะมีบุตรน้อยไว้เป็นสมาชิกของครอบครัว
หลวงพ่อคะ ตั้งแต่ลูกเข้าวัดเมื่อ ปี พ.ศ. 2548 ลูกก็โชคดีได้ฟังคุณครูไม่ใหญ่สอนในโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยามาตลอด ทำให้ลูกมีกำลังใจในการสร้างความดี รักบุญกลัวบาป รักและเข้าใจเพื่อนมนุษย์มากขึ้น การได้ฟังคำสอนของคุณครูไม่ใหญ่ทำให้ลูกได้อยู่ในบุญ มีความสุขเพิ่มขึ้นทุกๆวันเลยค่ะ
เหตุการณ์อัศจรรย์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ เป็นเรื่องที่ยิ่งพูดถึงมากเท่าไหร่ จะยิ่งทำให้ดวงใจใสสว่างมากขึ้นเท่านั้น เพราะการบังเกิดขึ้นของพระผู้ปราบมาร ไม่ใช่เรื่องง่าย และการที่จะมีพุทธบุตรเนื้อนาบุญเป็นพัน มาเดินธุดงค์อัญเชิญรูปหล่อทองคำของท่าน ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งไปกว่านั้นการที่กองพลจักพรรดิ์ดาวรวย และซุปเปอร์วีทั้งหลาย ได้พร้อมใจแสดงกตัญญูกตเวทิตาประกาศคุณหลวงปู่ ก็เป็นเรื่องที่น่าอนุโมทนาบุญอย่างยิ่ง จึงถือว่าเป็นบุญอัศจรรย์ของบุคคลอัศจรรย์
คำถาม : พ่อกับแม่ของหนูเลิกกันตั้งแต่หนูอายุ 11 ปี ตอนนี้หนูอายุ 19 ปีแล้วค่ะ พ่อก็ไม่เคยติดต่อ ส่วนแม่ก็ไม่สนใจหนู หนูมีสิทธิ์จะไปโกรธแม่มั้ยค่ะ หนูไม่มีความสุขเลยค่ะ ทุกข์ใจคิดอยากจะฆ่าตัวตาย
ในวันแรกพบนั้นเอง ท่านรู้สึกได้ทันทีว่า ได้พบครูบาอาจารย์ที่แสวงหามาแสนนาน จึงขอฝากตัวเป็นศิษย์ของท่านด้วยความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม ซึ่งคุณยายอาจารย์ ได้ทักท่านราวกับรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าว่า “คุณน่ะ หลวงพ่อวัดปากน้ำให้ยายไปตามมาเกิดในสมัยสงครามโลก”
เมื่อพบกับคุณยายครั้งแรก ขณะนั้นคุณยายอาจารย์อายุได้ 53 ปี มองภายนอกเป็น เพียงแม่ชีธรรมดาคนหนึ่ง ที่มีรูปร่างผอมบาง เนื้อตัวสะพรั่งไปด้วยเส้นเอ็น หากแต่แววตา นั้นสุกใส สะท้อนความเป็นผู้ทรงภูมิธรรมอันสูงยิ่
จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2506 ขณะที่มีอายุได้ 19 ปี อยู่ในช่วงเตรียมตัวสอบเข้า มหาวิทยาลัยท่านได้ตัดสินใจไปวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เพื่อตามหาคุณแม่อาจารย์ลูกจันทร์ โดยมุ่งหวังว่าหากพบท่านแล้วจะขอศึกษาวิชชาธรรมกายให้จงได้ เมื่อไปถึงวัดก็เที่ยวถาม ใครต่อใครว่า “รู้จักคุณแม่อาจารย์ลูกจันทร์ไหม?”
หลายคนคงฟังเรื่องคุณยายปัดลูกระเบิด มาแล้ว แต่เรื่องการปัดก้อนเมฆอาจจะยังไม่เคยฟังครับ ถึงแม้เรื่องนี้..อาจจะเป็นเรื่องจิ๊บๆ ง่ายๆ สำหรับคุณยาย แต่เท่าที่ผมเห็นกับตา ช่างมหัศจรรย์เหลือเกินครับ คือ เรื่องมีอยู่ว่า..
ม..อาจารย์ลือพงศ์ ลีลพนัง นายกสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยธรรมกายแคลิฟอร์เนีย ปัจจุบันดำรงตำแหน่งอาจารย์ประจำวิชาปฏิปทามหาปูชนียาจารย์ อีกทั้งยังเป็นผู้ประสานงานโครงการเส้นทางมหาปูชนียาจารย์ และกรรมการมูลนิธิพุทธอุทยานนานชาติครับ