ในพระไตรปิฎกมีหลักฐานบันทึกไว้มากมายว่า นรก-สวรรค์มีจริง แต่ทำไมคนจำนวนไม่น้อยยังสงสัยว่านรก-สวรรค์มีจริงหรือไม่?
คำถามข้อที่ 1. คุณพ่อของลูกตายแล้วไปไหน ท่านมีความเป็นอยู่ในปรโลกเป็นอย่างไร และท่านมีข้อความอะไรฝากมาถึงลูกและครอบครัวบ้างไหมคะ
คุณครูไม่ใหญ่ได้เล่าเรื่อง วิบากกรรมกาเมฯ เอาไว้ในโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา ถ่ายทอดทาง DMC เกี่ยวกับตัวอย่างของโทษภัย ที่ต้องไปรับทัณฑ์ทรมาน และวิบากกรรม เรียงลำดับไล่มาตั้งแต่เป็นสัตว์นรกในมหานรกขุม 3 อุสสทนรก ยมโลก เปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน และมนุษย์ เอาไว้ว่า...
ความตายเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องเผชิญความจริงข้อนี้ไม่มีใครสามารถปฏิเสธได้ แต่ความจริงหลังความตายกลับกลายเป็นเรื่องที่มนุษย์ปฏิเสธที่จะยอมรับ เพราะยากต่อการพิสูจน์และอธิบายอย่างเป็นเหตุเป็นผล มีเพียงบุคคลเดียวที่อธิบายชีวิตหลังความตายพร้อมวิธีการพิสูจน์ไว้เมื่อ 2500 กว่าปีที่แล้ว นั่นคือพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ทรงค้นพบว่ามนุษย์ตายแล้วไปไหน
วันพระ ตลอดเวลา 1 เดือน ตั้งแต่ข้างแรมจนถึงข้างขึ้น 15 ค่ำ 1 เดือน นี้มีอะไรเกิดขึ้น ในวันนี้ถ้ามนุษย์ทำความดีก็จะถูกเจ้าหน้าที่เขตบันทึกไว้ในแผ่นลานทอง แล้วเจ้าหน้าที่ในแต่ละเขตก็จะรวบรวมแผ่นทอง ไปให้อากาศเทวาเพื่อรวมบัญชีไปให้หัวหน้าอากาศเทวา แล้วรวบรวมไปให้ท้าวจตุโลกบาลทั้ง 4 แล้วนำไปถวายท้าวสักกเทวราช
หลังจากที่พี่ชายของตัวลูก ได้แปรเปลี่ยนจากกายของสัตว์นรกมาเป็นกายมนุษย์ละเอียดแล้ว ความรู้สึกนึกคิดแบบมนุษย์ปรกติของตัวเขาก็เริ่มกลับคืนมา คือตัวเขาเริ่มได้สติ
เมื่อพวกเจ้าหน้าที่ในยมโลกที่ไม่มีความศรัทธาในพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นพวกที่มีความเชื่ออื่นๆ หรือเป็นพวกที่ไม่มีความเชื่อใดๆ เลย ได้เห็นพระธรรมกายแล้ว พวกเขาต่างก็ได้แสดงกิริยาอาการที่หลากหลายและแตกต่างกันไป
จากเรื่องราวที่ผ่านมา พวกเราก็คงจะจำกันได้ว่า หลังจากที่พี่ชายของตัวลูก หรือ พี่ษา ได้เสียชีวิตไปแล้ว ก็ได้มีเจ้าหน้าที่จากยมโลกมารับตัวเขาไปพิพากษาผลบุญบาป
ก่อนที่พี่ชายของตัวลูกจะเสียชีวิต ใจของเขามีความเศร้าหมองไม่ผ่องใส ที่เป็นเช่นนี้ก็เป็นเพราะตัวเขามีความทุกข์ใจและมีความรู้สึกเป็นห่วงกังวลในครอบครัวของตัวเขาเป็นอย่างมาก
น้องจ่อยซึ่งเป็นเด็กอายุ 10 ปี ได้เสียชวิตลงไป แต่ไม่เท่านั้นกายละเอียดของน้องได้วนเวียนไปเที่ยวในมหานรกได้เห็นการลงโทษต่างๆในมหานรกแล้วก็กลับเข้าร่างมาเล่าให้ พ่อ และแม่ฟังเพราะยังไม่ถึงอายุขัย