ในที่สุดแห่งพระธรรมเทศนา เมตตคูก็ได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์ เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ ทั้งวิชชา๓ วิชชา๘ อภิญญา๖ วิโมกข์๘ จรณะ๑๕ ท่านได้บรรลุหมด รู้แจ้งเห็นแจ้งแทงตลอดในคำสอนของพระบรมศาสดา และได้บวชแบบเอหิภิกขุอุปสัมปทา โดยพระพุทธองค์ได้เมตตาประทานการบวชให้
งานนี้ต้องถือว่าเป็นฤกษ์ดีสุดๆ เพราะโรงเรียนทั้ง 205 แห่ง ได้จัดทั้งงานไหว้ครู และไปถวายกระเช้าผลไม้ที่วัดใกล้โรงเรียนในวันเดียวกัน ภายใต้ชื่องาน “ไหว้ครูแล้ว เข้าวัดไหว้พระ ธรรมะคุ้มครองโลก” โดยโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ใกล้ๆกัน ก็จะมารวมตัวกันเพื่อนำกระเช้าผลไม้ไปถวายพระ ที่วัดเดียวกัน
หลังจากพุทธปรินิพพานได้ไม่กี่วัน พระมหากัสสปเถระ และเหล่าภิกษุสงฆ์ ได้มีความคิดเห็นตรงกันว่า จะสังคายนารวบรวมพระธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อให้พระพุทธศาสนาดำรงคงอยู่คู่โลกต่อไปอีกยาวนาน จึงได้ประชุมผู้รู้ที่เป็นพระอรหันต์ และจะขาดพระอานนทเถระไม่ได้โดยเด็ดขาด
ด้วยจิตที่จะอนุเคราะห์พระราชา พระปัจเจกพุทธเจ้าจึงถวายพระพรว่า "ธรรมดานักโทษย่อมไม่ยินดีในเรือนจำ มีแต่ดิ้นรนแสวงหาหนทางออกจากเรือนจำนั้นอย่างเดียว ขอพระองค์จงเป็นเช่นนั้นเถิด จงเห็นภพทั้งหมดเหมือนเรือนจำเถิด โลกนี้ถูกความมืด คือ อวิชชา ห่อหุ้มไว้ ตราบใดที่สัตวโลกยังไม่ได้รับแสงสว่างจากพระสัทธรรม เปรียบเสมือนตกอยู่ในคุกมืด..."
"ท่านอาจารย์ผู้ว่างเปล่า อย่าทำตนเป็นผู้ไม่ว่างอยู่เลย ท่านไม่รู้ตัวหรือว่าขณะนี้ท่านเป็นผู้ที่ประมาทแล้ว ตัวของท่านเป็นเสมือนแผ่นกระดานสำหรับให้คนทั้งหลายเดินข้ามไป ท่านเป็นที่พึ่งให้แก่คนอื่นก็จริงอยู่ แต่ท่านไม่สามารถเป็นที่พึ่งให้กับตนเองได้ แล้วจะมีประโยชน์อะไร..."
คณะนาฏศิลป์โกมาลากูล เตรียมนำพระราชนิพนธ์ในพระมหาธรรมราชาที่ 1 เรื่องไตรภูมิกถา มาจัดแสดงเพื่อปลุกจิตสำนึกการรู้รักสามัคคีคนในชาติ
วันนี้ ผู้สื่อข่าว DNN ขอเปลี่ยนบรรยากาศ นำเรื่องราวแสนน่ารักสดใส จากผลการปฏิบัติธรรมของสามเณรตัวน้อย ในรุ่นโรงเรียนนานาชาติ มาฝากทุกคนกัน หลังจากที่พระอาจารย์ได้กระทำทุกวิถีทาง เพื่อปลูกฝังหนทางพระนิพพานไปสู่ใจเหล่าสามเณรทั้งหลายแล้ว ปรากฏว่าสามเณรซึ่งมีทั้งหมด 34รูปนั้น เห็นดวงแก้วหรือองค์พระได้ 22รูป เห็นแสงสว่าง 2รูป และตัวเบาสบาย ผ่อนคลาย มีความสุขอีก 10รูป