ด้วยมธุรสวาจาอันไพเราะอ่อนหวาน คล้อยตามพระราชอัธยาศัย ล้วนแล้วแต่เป็นถ้อยคำเชิดชูพระเกียรติ ในทุกครั้งที่มีโอกาสได้กราบบังคมทูล ในไม่ช้าพราหมณ์อนุเกวัฏก็สามารถยึดพระราชหฤทัยของพระเจ้าจุลนีได้สำเร็จ แม้แต่พราหมณ์เกวัฏ ปุโรหิตาจารย์คนสำคัญของพระเจ้าจุลนี ที่ใครๆต่างก็ไม่กล้าเข้าหา
พราหมณ์อนุเกวัฏยังไม่จบเพียงเท่านั้น ยังกราบทูลต่อไปเพื่อผูกเงื่อนให้น่าเชื่อถือว่า “ใช่แล้วพระพุทธเจ้าข้า ล่าสุดเมื่อมิถิลาเผชิญศึกครั้งใหญ่ ชาวมิถิลาต่างกล่าวขวัญถึงความยิ่งใหญ่ของกองทัพปัญจาลนคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระบรมเดชานุภาพของพระองค์ ผู้ทรงสามารถนำกองทัพแห่งปัญจาละ คว้าชัยมาได้ตลอดผืนแผ่นดินชมพูทวีป
ขืนทำเช่นนั้น ก็จะเป็นอันตรายแก่ตน เหมือนคนที่จ้องมองตะวันที่กำจายรัศมีอยู่กลางหาว ย่อมเป็นอันตรายแก่จักษุ ถึงกับมืดบอดได้นะ พระพุทธเจ้าข้า แต่เรื่องนี้หากจะว่าไปแล้ว คนนอกคงไม่อาจล่วงรู้ถึงความในได้แน่ ต่อเมื่อเป็นคนในนั่นแหละ จึงจะทราบความเป็นไปได้อย่างถูกต้องแท้จริง พระพุทธเจ้าข้า
สิ้นเสียงมโหสถบัณฑิต พวกทหารก็พากันฉุดลากตัวพราหมณ์อนุเกวัฏออกไปจากกองบัญชาการรบอย่างไม่ปรานี จากนั้นจึงได้ทำพิธีเนรเทศตามกฎมณเฑียรบาล โดยโกนผมของอนุเกวัฏให้เป็นมุ่น ทำให้เป็นจุก 5หย่อม แล้วโรยผงอิฐลงบนกบาล เอาพวงดอกยี่โถทัดไว้ที่หู จากนั้นก็พาไปยังกำแพงเมือง ซึ่งเป็นพิธีกรรมขับไล่ผู้ทรยศต่อแผ่นดินในสมัยนั้น
พราหมณ์อนุเกวัฏได้คิดอย่างรอบครอบแล้ว ก็ตอบรับด้วยน้ำเสียงอันหนักแน่นว่า “ท่านบัณฑิต ความภาคภูมิใจอันใดเล่าในชีวิต ที่จะมาเทียบเท่ากับการที่ได้รับใช้ชาติบ้านเมือง และยังมีส่วนได้ช่วยงานท่านบัณฑิตอีก ท่านจะให้ข้าพเจ้าทำอะไร จงบอกมาเถิด หากว่าสิ่งนี้จะเป็นประโยชน์แก่แผ่นดินเกิด ต่อให้ต้องสละชีวิต ข้าพเจ้าก็ยินดี”
จากตอนที่แล้ว พระเจ้าจุลนีเสด็จทรงม้าพระที่นั่งควบไปอย่างรวดเร็ว ครั้นพระองค์ทรงเห็นว่าเสด็จมาไกล จึงทรงรั้งม้าพระที่นั่งให้ชะลอฝีเท้าลง รอขบวนม้าพระที่นั่งของพระราชาทั้งร้อยเอ็ดพระองค์เสด็จมาทัน จากนั้นจึงเสด็จพระราชดำเนินต่อไปตามปกติ
ตรัสดังนี้แล้ว พระองค์ก็ทรงมีพระบรมราชโองการ ประกาศให้เหล่าแม่ทัพนายกองทุกหมู่เหล่า ตลอดจนพลรบทุกหมวดกอง ที่บัดนี้กำลังอยู่ในภาวะระส่ำระสาย ให้ได้รับทราบโดยทั่วกันว่า กองทัพปัญจาลนครจะกลับเข้าประจำที่ดังเดิม และจะเข้าล้อมมิถิลานครไปจนกว่าจะมีคำสั่งต่อไป
ชาวเมืองมิถิลานครต่างก็มายืนอำนวยอวยชัย ส่งขบวนของมโหสถบัณฑิตตลอดทางตั้งแต่ประตูราชวังจนถึงประตูพระนคร ขวัญกำลังใจจากกองเชียร์ เป็นสิ่งสำคัญที่สร้างความมั่นใจยิ่งขึ้นให้กับผู้นำ เป็นเสมือนยาชูกำลังที่จะมีเรี่ยวแรงทำภารกิจหน้าที่ต่างๆ ให้สำเร็จได้เป็นอัศจรรย์
จากตอนที่แล้ว พราหมณ์เกวัฏได้กราบทูลอุบายของตนแด่พระเจ้าจุลนีว่า “ขอเดชะ เลศที่จะกระทำนี้เรียกว่า ธรรมยุทธ์ คือ การรบที่ไม่จำเป็นต้องใช้อาวุธเลย เพียงให้ราชบัณฑิตของพระราชาทั้งสองพระนครได้มาพบกัน ณ สถานที่แห่งใดแห่งหนึ่ง แต่มีเงื่อนอยู่ว่า ในบัณฑิตทั้งสองนั้น หากผู้ใดไหว้ก่อน ผู้นั้นก็ถือว่าเป็นผู้แพ้ และความแพ้ของผู้นั้นก็ถือเป็นความพ่ายแพ้ของกองทัพฝ่ายนั้นด้วย พระพุทธเจ้าข้า”
พระเจ้าจุลนีสดับคำทูลนั้นแล้ว ก็ตรัสด้วยความกังวลพระหฤทัยว่า “ก็ เราจะทำอย่างไรได้เล่า ท่านอาจารย์ เพราะมโหสถได้เตรียมการป้องกันบ้านเมืองไว้อย่างเข้มแข็งถึงเพียงนี้ ไม่ว่าเราจะโจมตีด้วยวิธีใดๆ ก็ยังไม่เป็นผล”