ในระหว่างเดินทาง มโหสถเป็นห่วงว่านางจะได้รับความลำบาก จึงได้มอบร่มและรองเท้าให้แก่นาง พร้อมกับกล่าวว่า “อมรา น้องรัก เจ้าจงรับร่มและรองเท้าคู่นี้ไว้เถิด เพราะหนทางข้างหน้ายังอีกไกลนัก หากมีร่มกั้นเสียหน่อย ถึงแดดจะแผดกล้าเพียงใด ก็ไม่อาจแผดเผาผิวกายของเจ้าได้ และหากว่าเจ้าได้สวมใส่รองเท้าคู่นี้ ก็จักช่วยป้องกันเสี้ยนหนามตามทางได้เป็นอย่างดี”
มารดาของอมรา ครั้นได้เห็นงานเย็บชุนผ้าเสร็จเร็วอย่างอัศจรรย์เช่นนั้น ก็พิศวงยิ่งนัก เพราะตลอดชีวิตที่ผ่านมา นางยังไม่เคยพบเห็นช่างชุนคนใดที่จะคล่องแคล่วเชี่ยวชาญเหมือนอย่างชายผู้ นี้เลย ส่วนว่า มโหสถบัณฑิตครั้นเย็บชุนผ้าเสร็จแล้วจะคิดอ่านทำประการใดอีกนั้น โปรดติดตาม
การพบกันเพียงครั้งแรกระหว่างชายหนุ่มกับหญิงสาวก็ เกิดความรู้สึกต้องตาต้องใจกันเช่นนี้ ก็เนื่องด้วยบุพเพสันนิวาส คือได้เคยอยู่ร่วมกันมา และเคยได้สร้างบุญร่วมกันมาในภพชาติก่อน ซึ่งมโหสถบัณฑิตและนางอมราก็อยู่ในกฎเกณฑ์นี้
ท่านเสนกะกราบทูล เพื่อจะโน้มน้าวพระหฤทัยของพระเจ้าวิเทหราช ให้ทรงเห็นว่า ตนเป็นผู้รักษาเชิดชูพระอิสริยยศของพระองค์ มิยอมปล่อยให้พระบรมเดชานุภาพถูกดูหมิ่นได้โดยประการทั้งปวง พระเจ้าวิเทหราชทรงนิ่งสดับคำพูดของท่านเสนกะที่ กราบทูลมายืดยาว แต่พระพักตร์นั้นกลับทรงนิ่งเฉย มิได้แสดงพระอาการว่าเข้าพระทัยหรือทรงเห็นด้วยแต่อย่างใด
เมื่อชายง่อยได้เข้าเฝ้าพระราชาเพียงลําพัง พระองค์ตรัสถามชายง่อยว่า "ในราชสำนักของเรา มีปุโรหิตปากกล้าคนหนึ่ง เจ้าสามารถทำให้เขาหยุดพูดได้ไหม" ชายง่อยกราบทูลว่า "ถ้าได้มูลแพะประมาณทะนานหนึ่ง ข้าพระองค์ก็สามารถทำได้พระเจ้าข้า"
ในที่สุดก็เลยถือเอาเหยี่ยวเป็นกีฬาไปเสียด้วย ว่าแล้วก็พากันวิ่งตามเหยี่ยวขู่ตวาดโห่ร้องเกรียวกราว เพื่อให้เหยี่ยวตกใจปล่อยชิ้นเนื้อลงมา ต่างคนต่างวิ่งไล่ตามกันสนุกสนาน แต่ก็พลอยได้รับความลำบากไปตามๆกัน เพราะขณะที่วิ่งตามเหยี่ยวไป ก็แหงนดูตัวเหยี่ยวไปพลาง แล้วมโหสถบัณฑิตจะสามารถหยุดเหยี่ยวได้หรือไม่
ในที่สุดศาลาหลังนี้จึงปรากฏว่าสง่างามล้ำสมัย เปรียบได้กับสุธรรมาเทวสภาบนสรวงสวรรค์ ได้ชะลอมาสู่ภพมนุษย์ ด้วยเหตุที่มโหสถบัณฑิตได้จัดการทุกสิ่ง โดยมุ่งเพิ่มพูนทานบารมีของตนให้ยิ่งๆขึ้นไป ศาลาหลังนี้จึงได้ก่อประโยชน์แก่มหาชนเป็นอันมาก ในกาลนั้น มโหสถบัณฑิตได้รับความเคารพ นบนอบ บูชา ได้เป็นเสมือนกาลสมัยที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์น้อยๆ เสด็จอุบัติขึ้นในโลกทีเดียว
เธอเกิดมาในครอบครัวที่ทุกๆคนประสบความสำเร็จในชีวิต...คุณพ่อเป็นคนฉลาด เรียนเก่ง คุณแม่มีไอคิวสูง พี่สาวของเธอสอบได้ที่ 1 เป็นปกติ แต่เธอไม่ได้เป็นเช่นนั้น เธอเป็นเหมือนผู้แพ้ที่อยู่ท่ามกลางผู้ชนะ แม้แต่ชีวิตคู่ของเธอก็ไม่ประสบความสำเร็จเช่นกัน เธอทุกข์ใจมาก มีเพียงคุณยายของเธอเท่านั้นที่คอยเป็นกำลังใจให้ เมื่อคุณยายของเธอเสียชีวิต เธอก็ตั้งใจว่าจะทำให้บุญให้คุณยายจนครบ 1 ปี หลังจากนั้นเธอจะฆ่าตัวตาย...แต่บุญบันดาลให้เธอมาเจอกับหมู่คณะเสียก่อน...
การได้มารู้จักการนั่งสมาธิ ทำให้ฉันมาพบสิ่งที่ทำให้ครอบครัวสมดุล เป้าหมายของฉันก็คือ ลูกทั้งสองคนจะต้องเติบโตเป็นคนที่ดี และพลังของสมาธิ สามารถช่วยให้ทุกคนได้บรรลุถึงเป้าหมายของตัวเองได้ สมาธิไม่ได้ช่วยแค่ bright kid (เด็กฉลาด) อย่างเซเลน่า ลูกสาว เพียงอย่างเดียว แต่สามารถช่วยให้ลูกทั้ง 2 คนของฉัน มีความสามารถเท่ากันได้ เซเลน่านั่งได้อย่างไร แบรนด้อนก็นั่งได้อย่างนั้น สมาธิ ทำให้เด็กมีกำลังใจสูงขึ้น และมีกำลังใจที่จะไปถึงเป้าหมายที่ตัวเองตั้งไว้