เรื่องของคนชอบเลี้ยงไก่ชน...ชายคนหนึ่ง เกิดในสังคมเกษตรกรรม ไม่ได้เรียนหนังสือ เป็นคนนิสัยใจคอดี ขยัน ไม่เคยด่าลูกๆ แต่มีอุปนิสัยชอบเลี้ยงไก่ชน ถ้ามีโอกาสก็จะนำไปชนตามที่ต่างๆที่เขาจัดงานขึ้น...และเมื่อใดอยากจะกินไก่ เขาก็จะเชือดไก่ที่เลี้ยงมาด้วยตัวเขาเอง เขาเล่นไก่ชนมาเป็นเวลาเกือบ 40 ปี...เมื่อได้มาเจอกับหมู่คณะ เขาได้หักดิบ เลิกฆ่าสัตว์ รวมทั้งไก่ชนด้วย...
อดีตเจ้าของบ่อนไก่...เขาเคยเป็นสมาชิกสภาจังหวัดมาหลายสมัย สนใจในเรื่องของไก่ชน จนมาเป็นเจ้าของบ่อนไก่ในที่สุด แต่เมื่อได้เจอกับหมู่คณะ เขาได้หักดิบเลิกทำบ่อนไก่แล้ว...คำถาม ชายคนหนึ่ง เป็นลูกจ้างเลี้ยงไก่ชน ให้เจ้าของบ่อนไก่มานาน เป็นคนใจร้อน ครั้งหนึ่ง ไก่แพ้ เขาจับขาไก่ แล้วฟาดไก่กับเสาจนตาย...ต่อมา ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ตายแล้วไปไหน...และ เมื่อหักดิบ เลิกทำบ่อนไก่แล้ว ควรทำอย่างไร เพื่อไม่ต้องไปรับวิบากกรรม...ที่นี่...มีคำตอบ...
เด็กชายคนหนึ่ง อายุ 9 ขวบ...ช่วงแรกเกิดจนถึง 4 ขวบ ไม่สบายบ่อย มีพัฒนาการช้าในทุกขั้นตอน เวลาดีใจ จะมีอาการตีปีกเหมือนไก่ เวลาไม่ได้ดั่งใจ จะเอาหน้าผากโขกกับพื้นอย่างแรง...พอโตขึ้น ชอบไปโรงเรียน แต่เขียนหนังสือไม่ได้ อ่านหนังสือไม่ออก ชอบพูดคำหยาบ มีอาการเหมือนกับเด็กที่เป็นออทิสติก แต่หลังจากมาร่วมบุญกฐิน ปี 45 เขาก็มีอาการดีขึ้นเป็นอัศจรรย์...เขาเป็นเช่นนี้ เพราะอะไร และควรจะแก้ไขอย่างไร...ที่นี่...มีคำตอบ
ชายคนหนึ่งเป็นคนเจ้าชู้ มีภรรยา 2 คน เขาปกครองครอบครัวด้วยระบบเผด็จการ...เขาฆ่าสัตว์ ตั้งแต่ มด งู ไปจนถึงควาย ดื่มเหล้า เล่นการพนันทุกชนิด ส่วนด้านดีของเขา คือเป็นคนใจใหญ่ในการทำบุญ ชอบทำบุญมาก เวลาทำบุญนอกจากจะเอาเงินตัวเองทำแล้ว ยังชอบชวนคนอื่นด้วย...ในบั้นปลายของชีวิตเขาล้มป่วยลง ในช่วง 7 วันสุดท้าย เขาเริ่มมีอาการเพ้อ ภาพการกระทำผิดหลายอย่าง ได้มาให้เห็นเป็นนิมิต แต่เขาได้ลูกสาวเป็นกัลยาณมิตร ติดจานดาวธรรมให้เขาได้ดูในก่อนที่จะเสียชีวิต สอนให้เขาทำสมาธิ และให้เขาได้ร่วมในบุญที่เธอได้เป็นประธานรองในงานกฐินจักรพรรดิ ปี 48 ด้วย...ชีวิตหลังความตายของเขาจะเป็นอย่างไร...
ชายคนหนึ่ง ตอนเด็กๆก็ขยันขันแข็งดี แต่เมื่อโตขึ้นกลับสร้างความเดือดเนื้อร้อนใจให้กับพ่อแม่อย่างมาก เพราะความเจ้าชู้ของตน มักขอเงินพ่อแม่ไปให้ผู้หญิงอยู่เสมอๆ จนพ่อแม่ของเขามั่นใจว่า เขาถูกคุณไสย ได้พาไปทำพิธีทางไสยเวทแต่ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น เขาเคยมีอาการคลุ้มคลั่งจนต้องส่งตัวเข้าโรงพยาลบาล แม่ของเขาได้เคยพาเขาไปบวชที่วัดแห่งหนึ่ง ในช่วงที่บวชก็ดูจะดีขึ้นมาก แต่หลังจากลาสิกขาออกมาแล้วก็เหมือนเดิม...เขาถูกคุณไสย จริงหรือไม่...พ่อและแม่ของเขามีบุพกรรมใดร่วมกันมากับเขา จึงต้องมามีเรื่องทุกข์ใจเพราะลูกที่มีพฤติกรรมไม่ดี เช่นนี้...ที่นี่...มีคำตอบ
ผู้นำบุญจากบุรีรัมย์...ในวัยเด็ก เธอมักถูกล้อเลียนให้อับอายอยู่เสมอว่าเป็น “เจ๊กโคก” เพราะเธอใช้แซ่แบบชาวจีน ทั้งๆที่เธอเป็นคนผิวดำ...พ่อของเธอป่วยด้วยอาการประหลาด ปวดท้องอย่างรุนแรงมาก ต้องเข้ารับการผ่าตัด อาการก็ดีขึ้น ต่อมามีชายแปลกหน้า นำยามาให้พ่อของเธอกิน พร้อมกำชับข้อห้ามเอาไว้ด้วย ต่อมาไม่นาน จู่ๆพ่อของเธอก็เสียชีวิต อย่างกะทันหัน ชาวบ้านสันนิษฐานกันว่า ชายคนนั้นเป็นปอบ มากินพ่อของเธอ
สามี-ภรรยาคู่หนึ่ง...ทั้งคู่พบรักกันตอนที่ฝ่ายชาย ขึ้นชกมวยที่เวทีในงานวัด จนได้แต่งงานกันในที่สุด...คุณแม่ของภรรยา ชอบเล่นการพนันพื้นบ้านชนิดหนึ่ง เล่นจนสามารถตั้งตัวได้...คุณตาของภรรยา เคยบวชพระถึง 16 พรรษา เป็นคนใจบุญมาก ชอบทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มเหล้า ทุกวันพระจะถือศีล 8 และนิมนต์พระมาเทศน์ที่บ้านเป็นประจำ และจะไปชักชวนให้ชาวบ้านมาทำบุญ ฟังธรรมกันด้วย...และกับคำถาม “การเลี้ยงไก่ชนไว้ดูเล่น จะบาปหรือไม่”...”บุพกรรมใด ทำให้คุณแม่ของภรรยา ตั้งตัวได้จากการพนัน”... “คุณตาของภรรยา ตายแล้วไปไหน”...
นางแมวเดินย่องเข้าไปใต้กิ่งไม้ที่พญาไก่ป่าเกาะอยู่ มันพยายามพูดหลอกล่อให้ไก่ป่าตายใจไม่ทันได้ระวังตัวแล้วจะตะครุบกินเป็นอาหาร “ พ่อไก่ผู้สง่างาม ผู้มีขนสีแดงเป็นประกาย เจ้าลงมาจากกิ่งไม้เถอะ เรามีเรื่องจะพูดคุยกับท่าน ”