การทำวิชชาแก้โรค ซึ่งการทำวิชาแก้โลกของหลวงปู่ท่านจะทำอยู่ 2 อย่างคือ รื้อผังใหญ่ที่ทำให้มนุษย์ทั้งหมดเกิดโรคภัยไข้เจ็บ กับรื้อผังย่อย..ของคนที่เป็นโรคภัยไข้เจ็บแล้วมาขอให้ท่านช่วย
ชะตาชีวิต เจ้าของเรื่อง เมื่อพบ 3 ช่วงชีวิตอัศจรรย์ที่หลวงปู่ทัก เมือได้เจอกันครั้งแรก ว่า... “ไอ้ศูนย์..ศูนย์ (0..0) 3 ศูนย์ (0) ปริศนา ชะตาชีวิตจะเป็นอย่างไร มาติดตามกันเลยค่ะ...
กฐินสัมฤทธิ์ครั้งแรกในชีวิตของด.ช.บุญศักดิ์สิทธิ์ คุ้มชาติ ชื่อเล่น น้องปุณ อายุ 6 ขวบครับ เรียนอยู่ชั้นอนุบาล 2 เป็นเด็กดี V-Star โรงเรียนอนุบาลวัดนางนอง กรุงเทพมหานคร
ศีลแปลว่า ปกติเพราะฉะนั้นศีลคือเจตนาที่จะควบคุมตัวเองให้เป็นมนุษย์ปกติ ไม่ให้ไปทำความเดือดร้อน ทั้งแก่ตนเองและผู้อื่น
ขอเชิญร่วมบุญเป็นเจ้าภาพพิมพ์หนังสือธรรมะ เพื่อน้อมถวายแด่พุทธบุตร 3 หมื่นกว่าวัด ในวันคุ้มครองโลก 22 เมษายน 2554 นี้
เหมือนดังเรื่องของเมตไตยยะ ซึ่งออกบวชเป็นชฎิล คือ นักบวชประเภทหนึ่งที่มีในสมัยนั้น ปรารถนาจะหลุดพ้นจากทุกข์ เมื่ออินทรีย์แก่กล้า บุญบันดาลให้มาพบแสงสว่าง ท่านได้พบกับยอดกัลยาณมิตร คือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงมีโอกาสได้ทูลถามปัญหา และตั้งปัญหาถามได้ลึกซึ้ง เป็นปัญหาที่น่ารู้น่าศึกษาทั้งสิ้น
สมัยหนึ่ง พระราชาตรัสถามว่า "ท่านรัฐบาลผู้เจริญ คนส่วนใหญ่ออกบวชเพราะว่าแก่ชรา อยากมีที่พึ่งทางใจ เพราะความเจ็บไข้ได้ป่วยบ้าง เพราะเสื่อมจากโภคสมบัติบ้าง จึงอยากมาอาศัยพระศาสนา และเสื่อมจากญาติบ้าง เมื่อเห็นว่าจะไม่มีที่พึ่ง จึงพากันออกบวช แต่ท่านไม่ได้มีความเสื่อมเหล่านั้นเลย แล้วทำไมถึงออกบวชเป็นบรรพชิตเล่า"
ผู้คนมากมายซึ่งต่างไม่ปรารถนาจะให้พระราชาออกผนวช พากันยื่นข้อเสนอมากมาย แต่พระองค์ไม่ได้ทรงยินดีกับสิ่งเหล่านั้น ยังคงมีพระทัยมุ่งมั่นที่จะเสด็จออกบรรพชาให้ได้ พระองค์ทรงแสดงธรรมให้เข้าใจว่า "ชีวิตนี้ถูกชรานำเข้าไป เป็นของน้อยนิด ดุจน้ำที่อยู่ในโคลน เมื่อชีวิตเป็นของน้อยเหลือเกินเช่นนี้ เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะประมาท
"ดูก่อนโสณะ พรหมจรรย์มีภัตรหนเดียว ต้องนอนผู้เดียวตลอดชีวิต เป็นสิ่งที่ทำได้ยาก ท่านเป็นคฤหัสถ์อยู่ในเรือน จงหมั่นประกอบพรหมจรรย์อันมีภัตรหนเดียว นอนผู้เดียว ซึ่งเป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลายเถิด" แม้พระอาจารย์จะทักเช่นนี้ แต่ด้วยมโนปณิธานอันแน่วแน่ที่จะบวชให้ได้ ท่านเพียรเข้าไปขออนุญาตพระเถระถึง ๓ครั้ง
พระอินทร์ได้ฟังคำอธิบายเช่นนั้น ทรงหายสงสัยในการบำเพ็ญตบะของพระฤๅษี ด้วยตระหนักชัดแล้วว่า ท่านไม่ได้ปรารถนาตำแหน่งท้าวสักกะ หรือความเป็นพระราชา มหาเศรษฐีเลย หากท่านมีความปรารถนาที่ยิ่งใหญ่ คือ ปรารถนา อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ อันประเสริฐ ซึ่งยากที่มนุษย์ธรรมดาจะกล้าคิดกล้าทำ