ธรรมทายาทหญิงณัฐสุดา เอี่ยมธนาภรณ์
ทำไมเกิดมายากจน ต่อมาทำมาหากินจนร่ำรวย แต่ก็ต้องกลับมาจนอีก
ทำไมจึงเกิดเป็นลูกชาวนา แต่มีคนคอยอุปถัมภ์มาตลอด ทั้งเรื่องการเรียน การงาน การเงิน...ทำไมจึงมักได้ของมือสองมาใช้
ไม่น่าเชื่อเลยว่า จากชีวิตคนจนคนหนึ่ง ที่จะหยิบจะจับอะไรก็เจ๊ง ต้องทนทุกข์ลำบากมาแสนสาหัส ไม่มีที่พึ่ง ชีวิตมีแต่ความมืดมิดมาโดยตลอด กลายเป็นคนที่มีทุกสิ่งทุกอย่างพร้อมได้ในปัจจุบันนี้ เป็นเพราะบุญคำเดียวเท่านั้น และด้วยความเมตตาของคุณยายอาจารย์ฯ จึงนำพาให้ลูกได้มาพบหนทางสว่าง เพราะฉะนั้นกฐินคุณยายฯ ปีนี้ลูกตั้งใจจะทำแบบเต็มที่
ตัวของกระผม เหมือนกับถูกดูดเข้าไปรวมกับความสว่างนั้น ซึ่งมีความสว่างมากยิ่งกว่าพระอาทิตย์ยามเที่ยงวัน ร่างกายหายไป มีแต่ความปีติสุขจนเกินบรรยาย จนกระทั่งพระอาจารย์กล่าว สัพเพฯ... กระผมยังไม่อยากจะลืมตาเลย เมื่อลืมตาขึ้นมา ความสว่างภายในก็ยังอยู่แล้วค่อยๆจางหายไป แต่สิ่งหนึ่งที่ผุดขึ้นมาในใจของกระผมก็คือ “เราอยากบวชตลอดชีวิต”
เวลา ๑๐๐ ปีในโลกมนุษย์ เท่ากับชั่วครู่เดียวในสวรรค์เท่านั้นเอง ซึ่งไม่เพียงพอต่อการทำความดี ดังนั้นเราจึงไม่ควรประมาทในวัยและชีวิต จำเป็นที่จะต้องหมั่นประกอบความดี สร้างบารมีโดยไม่มีข้อแม้ ข้ออ้าง และเงื่อนไข เพื่อจะได้ดำเนินชีวิตไม่ผิดพลาด รีบสั่งสมบุญติดตัวไปข้ามภพข้ามชาติ เพราะบุญเป็นเพื่อนแท้ในการเดินทางไกลในสัมปรายภพ
ระหว่างการสร้างองค์พระธรรมกายประจำตัวด้วยตนเอง กับการที่มีผู้อื่นสร้างให้ จะมีอานิสงส์เหมือนกันหรือต่างกันหรือไม่อย่างไร, วิบากกรรมใดทำให้เป็นออทิสติก และบางคนเป็นโรคเครียด จนถึงขนาดทำงานไม่ได้ ต้องเข้ารับการรักษา เกิดจากวิบากกรรมใดบ้าง และอีกมากมาย แต่ทุกคำถาม...ล้วนมีคำตอบ ที่นี่...ที่เดียว
จากนั้น เมื่อลูกๆนำความรัก และห่วงจากดวงใจของหลวงพ่อ ที่เป็นที่หนึ่งในใจของอาม่า มาบอกให้ฟัง อาม่าจึงทิ้งอายุ 86 ปี ที่เคยคิดว่าเป็นอุปสรรคไว้เบื้องหลัง แล้วมาวัดทุกอาทิตย์ นั่งสมาธิทุกวันมิได้ขาด เมื่อเริ่มทำ ก็ทำได้ เมื่อเริ่มนั่ง ก็นั่งดี เมื่อเริ่มเข้าที่ อะไรๆมันก็ง่าย
เหมือนลูกเดินท่องไปในกลางถนนขององค์พระแก้วใส ถนนแห่งความสุขภายใน เดินแล้วมีความสุขมากๆ เมื่อกลับมานั่งครั้งใด พอหลับตาปุ๊บ ก็มีความสุข เหมือนเป็นช่วงพักผ่อน ศูนย์กลางกายเป็นเหมือนหลุมหลบภัยของลูก เวลาทุกข์ นิดหนึ่ง ก็หยุดใจแป๊บหนึ่ง หยุดตรงนั้นเดี๋ยวนั้น ทำอย่างนี้แล้วก็มีความสุข