การได้เกิดเป็นลูกผู้ชายและได้บวช เป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่มาก แล้วการได้พบกับองค์พระภายในก็เป็นสิ่งที่คุ้มค่าที่สุดในชีวิต
เชิญชายไทยบวชเข้าพรรษา ระหว่างวันที่ 29 มิ.ย. - 7 พ.ย. 2554 ในโครงการอุปสมบทหมู่เข้าพรรษาหนึ่งแสนรูปทุกหมู่บ้านทั่วไทย
มนุษย์ทุกคนล้วนปรารถนาความสุข ความอบอุ่นใจ และความปลอดภัยในชีวิต ทุกคนพยายามเสาะแสวงหาที่พึ่งที่ระลึกที่แท้จริง แต่หลายชีวิตไม่อาจรู้ว่า
ลูกรู้สึกว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่โดนใจลูกอย่างสุดๆ ประดุจเป็นโครงการที่รอคอยมานานแล้ว
บุญที่คนเราทำไว้จะติดตามตัวเราไปเหมือนเงา ไม่ได้สูญหายไปไหน และจะส่งผลมากมายเกินคาด คล้ายกับการที่เรานำเมล็ดผลไม้เพียง ๑ เมล็ดมาปลูก เมื่อเติบโตเต็มที่ก็จะให้ผลครั้งละมากมายและเก็บผลได้นานหลายปี บุญแม้ทำเพียงครั้งเดียวก็ให้ผลมหาศาล และนำไปใช้ได้ข้ามภพข้ามชาติ บาปก็เช่นกันทำเพียงครั้งเดียวก็จะส่งผลร้ายข้ามภพข้ามชาติ
ใครทำกรรมใดไว้ ตนจักต้องได้รับผลของกรรมนั้น นี้คือความเป็นจริงของชีวิต
ทำบุญมาตลอด แต่ชีวิตก็ยังแย่อยู่ การท้อใจและบ่นอย่างนี้จะมีวิบากกรรมอย่างไร
ในแต่ละรอบของการนั่งสมาธิ เมื่อมาถึงจุดนี้ ผมสามารถอยู่กับดวงสว่างสีทองและองค์พระนั้นได้นานทีเดียวครับ ยิ่งกว่านั้นผมมีความรู้สึกว่าแสงสว่างได้แผ่ขยายออกไปจากศูนย์กลางกายห่อหุ้มทั้งร่างกายของผมเอาไว้ ความสุขที่ผมได้รับในครั้งนี้ ผมไม่รู้จะหาคำใดมาอธิบายให้เข้าใจได้ บอกได้แค่ว่าสุขมากๆครับ
ยิ่งใช้ชีวิตอยู่ในผ้าเหลืองนี้นานวันเข้า ผมก็ยิ่งซาบซึ้งว่า ชีวิตพระเป็นชีวิตที่ประเสริฐที่สุด ผมรู้สึกอย่างนี้จริงๆ ครับ เหตุที่ทำให้ผมเข้าใจความ “ประเสริฐสุดซึ้ง” เพราะผมเคยใช้ชีวิตแบบ “แสบสุดอึ้ง” มาแล้วนั่นเอง เมื่อครั้งวัยรุ่น ผมดำเนินชีวิตตามกระแสโลก สูบบุหรี่ เที่ยวกลางคืน ผม “สนุกสนาน” แต่พ่อกับแม่ “เศร้าสนิท” พร้อมนำเรื่อง “ปวดหัว” มาทำให้ท่าน “ปวดใจ” เป็นประจำ ผมรู้อยู่เต็มอกว่า ทำให้ท่านเสียใจ แม้จะรู้สึกผิด แต่ก็ไม่คิดกลับตัว เพราะคบคนพาลเป็นมิตร จึงเป็นพิษกับชีวี ผมหลงทำผิด “สูบ เสพ เสี่ยง” ครั้งแล้วครั้งเล่า จนกระทั่งเมื่ออายุครบ 20 ปี แม่จึงเอ่ยปากว่า “บวชให้แม่หน่อยได้ไหม”