เมื่อถึงเวลาสว่าง สีเหลืองทองของผ้ากาวพัสตร์ของพระภิกษุสงฆ์นับหมื่น ที่แปรแถวรับบิณฑบาต ช่างงดงามเป็นดั่งถนนทองคำอย่างแท้จริง เมื่อเพลง “ชีวิตสมณะ ภาษาจีน” ดังขึ้น ชาวจีนและชาวไทยต่างน้ำตาไหล ด้วยความปลื้มปีติ นำภัตตาหารใส่บาตรทั้งน้ำตา มีเจ้าของธุรกิจในย่านนั้นบอกว่า ตั้งแต่อยู่เยาวราชมาห้าสิบกว่าปี ไม่เคยทำบุญอะไรปลื้มเท่าวันนี้
พระเจ้าจุลนีทรงสดับอุบายนั้นแล้ว ก็ทรงปีติยินดียิ่งนัก ถึงกับตรัสชมพราหมณ์เกวัฏผู้เป็นต้นคิดว่า “แผนการของท่านอาจารย์ช่างแยบยลอะไรเช่นนี้ ดีละท่านอาจารย์ ถ้าเช่นนั้น ท่านจงรีบเตรียมการเคลื่อนพลโดยเร็วเถิด”
ดิฉันรู้สึกว่า ตัวเองช่างโชคดีอะไรอย่างนี้ ที่มีเพื่อนอย่างมีมี่ และอยากขอบคุณมีมี่ ที่พาดิฉันมาพบกับความสุขอย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน มีมี่เป็นกัลยาณมิตรที่ดีสำหรับดิฉัน ที่ดิฉันจะลืมเธอไม่ได้เลย ดิฉันจึงเข้าใจคำว่า โลกนี้ต้องมีกัลยาณมิตร
เมื่อ ได้ทราบถึงสิ่งของอันเป็นที่ต้องพระทัยของพระราชาทั้ง ๑๐๑ พระองค์แล้ว มโหสถบัณฑิตจึงได้มอบหมายให้ช่างวังหลวงทำเครื่องราชูปโภคต่างๆขึ้นมา เป็นกุณฑลบ้าง ฉลองพระบาทบ้าง พระขรรค์บ้าง สุวรรณมาลาบ้าง ตามแต่พระราชาเหล่านั้นจะทรงโปรดปราน
กระผมรู้สึกซาบซึ้งเป็นอันมาก ที่พระภิกษุจากประเทศไทย ได้เดินทางมาสอนสมาธิที่นี่ ซึ่งพระภิกษุได้บอกว่า อาจารย์ของท่านเป็นเจ้าอาวาสอยู่ที่วัดพระธรรมกาย ประเทศไทย โดยสั่งให้มาสอนสมาธิ เพื่อสร้างสันติภาพในแอฟริกา ช่างเป็นแผนงานที่สูงส่ง และยิ่งใหญ่มาก ท่านเจ้าอาวาส ยังได้ริเริ่มโครงการ “Peace for Africa” ซึ่งเราจะได้มีการจุดประทีปสันติภาพ ในเดือนตุลาคม ที่จะถึงนี้ ในโจฮันเนสเบิร์ก
ผู้หญิงคนหนึ่ง มีอาชีพเป็นช่างเสริมสวย เธอได้แต่งานกับตำรวจ ทั้งคู่อยากจะมีลูกมาก เมื่อเธอตั้งท้องครั้งแรก พอครบ 3เดือนก็แท้ง...ทั้งสองคนไม่ละความพยายามที่จะมีลูก เธอตั้งท้องอีก 4ครั้ง แต่ก็มีเหตุให้แท้งทุกครั้ง...ความปรารถนามาสมหวังในครั้งที่6 แต่กว่าเด็กจะคลอดออกมาได้ก็ต้องใช้วิธีผ่าตัด...สมใจเรื่องมีลูก แต่ต่อมา สามีกลับไปมีความสัมพันธ์กับหญิงอื่น ทำให้เธอเคียดแค้น ผู้หญิงคนนั้น เป็นเวลาถึง 13ปี...แต่ด้วย DMC ทำให้เธอเปลี่ยนไป
เรื่องราวอันเป็นความลับเฉพาะตนที่ อาจารย์ทั้ง ๔ นำมาเล่าสู่กัน ไม่ต่างอะไรกับคนโง่เขลาเบาปัญญา ที่ผ่าอกของตนแล้วสาวไส้ออกมาพร้อมจะให้หมู่นกกาจิกกิน ช่างน่าสงสารอาจารย์เหล่านั้น ที่หารู้ไม่ว่ามโหสถกำลังแอบฟังความลับทั้งหมดของพวกตนอยู่ในถังข้าวใบนั้นเอง
วันหนึ่ง ลูกสาวของช่างทอหูกออกจากบ้านไปเก็บดอกบัวที่สระน้ำ เก็บดอกบัวไปพลาง ร้องเพลงไปพลาง สามเณรเหาะไปใกล้บริเวณสระบัวแห่งนั้น เกิดติดใจเสียงขับร้องของนาง กามราคะที่ข่มไว้ด้วยอำนาจฌานสมาบัติก็ฟูขึ้นท่วมทับจิตใจ ทันใดนั้นเอง ฤทธิ์ของสามเณรก็เสื่อม ไม่อาจเหาะได้ ดุจกาปีกหัก
มโหสถบัณฑิตยิ้มน้อยๆ พลางอธิบายว่า “การที่ข้าพเจ้าต้องมาทำงานเป็นลูกมือนางช่างหม้อเช่นนี้ เป็นความประสงค์ของข้าพเจ้าเอง ข้าพเจ้า ใคร่ครวญดีแล้วจึงได้กระทำเช่นนี้ ก็การสละความสุขเล็กน้อยเพื่อสุขอันไพบูลย์ในอนาคต เป็นสิ่งที่บัณฑิตทั้งหลายพึงกระทำมิใช่หรือ ความลำบากกายเพียงน้อยนิดเพื่อประโยชน์สุขอันยิ่งใหญ่ของวิเทหรัฐ จะไม่ควรหรือ”
กระทั่งวันหนึ่ง ก็มีของขวัญล้ำค่าบรรจุห่ออย่างดี ถูกส่งจากเรือนของอาจารย์เสนกะเพื่อนำมามอบให้แด่นางอมรา นางอมราเทวีได้รับบรรณาการที่มีผู้นำมาให้แล้ว ก็รู้ความประสงค์ของอาจารย์เสนกะ นางจึงดำริในใจว่า “ช่างน่าขันเสียจริง จู่ๆเสือก็เผ่นเข้ามาหาจั่นเอง ทีนี้ล่ะ เราจะทำให้อาจารย์ทั้งสี่ได้รู้จักเข็ดหลาบเสียบ้าง”