มารดาของอมรา ครั้นได้เห็นงานเย็บชุนผ้าเสร็จเร็วอย่างอัศจรรย์เช่นนั้น ก็พิศวงยิ่งนัก เพราะตลอดชีวิตที่ผ่านมา นางยังไม่เคยพบเห็นช่างชุนคนใดที่จะคล่องแคล่วเชี่ยวชาญเหมือนอย่างชายผู้ นี้เลย ส่วนว่า มโหสถบัณฑิตครั้นเย็บชุนผ้าเสร็จแล้วจะคิดอ่านทำประการใดอีกนั้น โปรดติดตาม
หลังจากที่ได้สนทนากันมาพอสมควร มโหสถก็พอจะหยั่งรู้ว่า นางอมราเป็นหญิงที่มีความฉลาดหลักแหลมอยู่ไม่น้อย อีกทั้งไหวพริบปฏิภาณของนางก็ว่องไวต่างจากหญิงทั่วไป ครั้นมั่นใจในตัวนางเช่นนี้แล้ว มโหสถก็มิได้ถามอะไรอีก เอาแต่จ้องมองดูนางด้วยความพึงพอใจ ส่วนว่า มโหสถจะได้นางมาเป็นคู่ครองด้วยวิธีการใดนั้น โปรดติดตาม
การพบกันเพียงครั้งแรกระหว่างชายหนุ่มกับหญิงสาวก็ เกิดความรู้สึกต้องตาต้องใจกันเช่นนี้ ก็เนื่องด้วยบุพเพสันนิวาส คือได้เคยอยู่ร่วมกันมา และเคยได้สร้างบุญร่วมกันมาในภพชาติก่อน ซึ่งมโหสถบัณฑิตและนางอมราก็อยู่ในกฎเกณฑ์นี้
อีกไม่กี่ชั่วโมงถัดมา มันก็จะสานต่อ “วงกลม” ที่ว่านั้น ให้เป็น “เสาเรือน” ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ใครเป็นคนสอน...ไม่เห็นต้องไปเรียน วิศวกรรมศาสตร์ หรือ สถาปัตยกรรมศาสตร์ ไม่ต้องจ่ายค่าเทอม ไม่ต้องเข้ามหาวิทยาลัย...แล้วสิ่งที่ “นกช่างสาน” กำลังจะทำต่อไปนี้ เป็นสิ่งอัศจรรย์ ของโลกสถาปัตย์ ก็ว่าได้ เพราะ “เสาเรือน” ที่ว่านั้น ที่แท้จริงก็คือ...จั่ว “หลังคา” นั่นเอง
ชีวิตครอบครัวของเธอเหมือนกับต้องคำสาป …จากชีวิตครอบครัวที่อบอุ่น มีความสุข การงานกำลังไปได้ดี คนในครอบครัวกลับป่วยด้วยโรคร้าย อยู่ๆก็จะเคลื่อนไหวไม่ได้ ช่วยตัวเองไม่ได้ กลายเป็นคนง่อยเปลี้ย และค่อยๆตายไปทีละคน นับจากสามี …ลูกสาว…ปัจจุบัน ลูกสาวคนสุดท้องของเธอ ก็กำลังป่วยเป็นโรคร้ายนี้…
เธอเกิดมาในครอบครัวที่พ่อและแม่ไม่ค่อยรักกันเท่าไหร่ แต่ก็มีลูกด้วยกันถึง 10 คน เมื่อเธอมีครอบครัว ชีวิตครอบครัวของเธอก็ไม่เป็นไปอย่างที่หวัง ทะเลาะกับสามีบ่อยครั้ง เกือบถูกสามีฆ่าตายด้วยการใช้เนคไทรัดคอ สุดท้ายก็เลิกกัน...จากประสบการณ์ของชีวิต เธอคิดว่าเธอเป็นคนทำบุญกับคนไม่ขึ้น ไม่มีใครเห็นความหวังดีของเธอ ไม่ว่าจะเป็นญาติ หรือลูกน้อง...เธอสร้างเหตุมาอย่างไร จึงต้องมารับผลดังนี้...