ฆฏบัณฑิตได้ฟังดังนั้น จึงกล่าวว่า "ข้าพระองค์ไม่ปรารถนากระต่าย ที่อาศัยอยู่บนแผ่นดิน ข้าพระองค์ปรารถนากระต่ายบนดวงจันทร์ ข้าแต่พระเจ้าพี่ ขอพระองค์โปรดนำกระต่ายนั้นมาประทานแก่ข้าพระองค์เถิด มิเช่นนั้น ชีวิตของข้าพระองค์ก็คงไม่อาจดำรงต่อไปได้"
คราวนี้ก็ลองอดทนดู พอทนนั่งไปได้สักพัก สภาวะอารมณ์ที่ยากจะอธิบายก็เกิดขึ้น คือ ตัวของผมถูกดูดวูบไปเลย พอดูดไปวัตถุประหลาดก็เกิดขึ้นมา เป็นดวงกลมๆใหญ่มากเหมือนดวงจันทร์ ผมรู้สึกเบาๆลอยๆเหมือนกับตัวเองเป็นดวงกลมดวงนั้น ความเจ็บปวดต่างๆหายไป
นึกให้เห็นดวงให้ได้ ถ้าใครหยุดใจได้จะปรากฏเป็นดวงใสแจ่มโตเท่ากับแก้วตา ขยายขึ้นโตก็เท่ากับ ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ ใสสะอาดเหมือนเพชรไม่มีขนแมว โตเท่ากับแก้วตา นี่เป็นคำพูดของหลวงพ่อ พวกผมจำกันได้ ท่านจะพูดอย่างนี้เสมอๆและทำให้เราอยากปฏิบัติธรรม ผมก็ฝึกอย่างนี้
มีอยู่รอบหนึ่ง ใจของผมเข้าไปสู่สภาวะพักผ่อนที่ลึกมาก และมากจนกระทั่งความรู้สึกของร่างกายหายไปโดยสิ้นเชิง สิ่งที่ผมเห็น คือ แสงที่สว่างมาก เป็นแสงที่พุ่งออกมาจากศูนย์กลางกาย ซึ่งต่อมาความสว่างนี้เป็นทรงกลม เหมือนดวงจันทร์กลางท้องฟ้า ผมจึงเรียกดวงสว่างนี้ว่า My Moon (พระจันทร์ของฉัน)
“วัตถุทรงกลม” ไม่ว่าจะเป็นดวงจันทร์, ดวงอาทิตย์ หรือว่าดวงแก้วกลมใส ทำให้สมาธิก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ใจผมสอดเข้าไปในดวงจันทร์นั้น แล้วเคลื่อนผ่านฐานที่ตั้งทั้ง7 ครั้นใจเคลื่อนครบ...จบ ณ ฐานที่7 ใจก็ตั้งมั่นที่ดินแดนของ Middle Way อย่างง่ายดาย โดยที่ก่อนหน้านี้ สมองผมดื้อรั้น อย่างไรมันก็ไม่ยอมสั่ง ไม่ยอมมองลงมาที่กลางกายเลย แต่ ณ ฐานที่7 ดวงกลมที่เป็นดวงจันทร์ ขยายออกไปเร็วมาก จนกระทั่ง “หาเส้นรอบวงไม่ได้” มันใหญ่โตมาก มีความสุขมาก
อาจารย์เสนกะยังไม่หยุดอยู่เพียงเท่านั้น กลับพูดต่อไปด้วยสีหน้าเคร่งเครียดยิ่งขึ้นไปอีกว่า “เวลา นี้พวกเราน่ะ หากจะเปรียบกับวัตถุที่มีแสง ก็เป็นเพียงแสงของดวงดาว จริงอยู่เมื่อดวงอาทิตย์ลาลับไป ความมืดที่ปกคลุมม่านฟ้าก็พอทำให้แสงดาวแพรวพราวได้บ้าง แต่ในเวลาที่ดวงจันทร์ทอแสงนวลขึ้น ถึงเวลานั้น ใครเล่าจะเห็นความสุกสกาวของแสงดาว...
ดวงจันทร์ในคืนวันเพ็ญปราศจากมลทิน โคจรไปในอากาศย่อมสว่างกว่าหมู่ดาวบนท้องฟ้า ด้วยกำลังแห่งรัศมี ฉันใดพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเมื่อทรงอุบัติขึ้นย่อมรุ่งโรจน์กว่าสรรพสัตว์ทั้งหลาย ฉันนั้น
ถ้าสามารถเอามนุษย์ทุกคน ขึ้นไปบนดวงจันทร์แล้วมองย้อนกลับมาที่โลกมนุษย์ ผมคิดว่ามนุษย์ทุกคน คงจะมองเห็นว่า ตอนนี้โลกกำลังเผชิญสิ่งเลวร้าย แต่เราเพียงจะดูเพื่อให้รู้ว่า โลกกำลังเผชิญสิ่งที่เลวร้าย แค่นั้นหรือ เราจะแก้ไขโลกนี้ได้อย่างไร นี่คือสิ่งที่ค้างคาใจผม
ฤษิณีผู้เป็นมารดา ได้ยกเท้าทั้งสองขึ้นกอดไว้แนบอก แล้วพร่ำรำพันอยู่ว่า “โธ่ พ่อสามะของแม่ เจ้าต้องมานอนเกลือกเปื้อนฝุ่นทราย ถูกทิ้งไว้ในป่าใหญ่ ดุจดวงจันทร์ดวงอาทิตย์ตกลงสู่ผืนดินเสียแล้ว โลกนี้ช่างไม่ยุติธรรมเสียเลย...พ่อสามะผู้งดงามของแม่ เจ้ามาหลับใหลเหมือนคนเมาสุราไม่ยอมลุกขึ้นสักที เจ้าขัดเคืองใครหรือจึงไม่ยอมพูดจาอะไรกับแม่บ้างเลย”
ธรรมดาดวงจันทร์ในคืนวันเพ็ญปราศจากมลทิน โคจรไปในอากาศ ย่อมสว่างกว่าหมู่ดาวบนท้องฟ้า ด้วยกำลังแห่งรัศมี ฉันใด พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อทรงอุบัติ ย่อมรุ่งโรจน์กว่าสรรพสัตว์ทั้งหลาย ฉันนั้น ความอัศจรรย์แห่งพระสัทธรรมที่พระองค์ทรงแสดง จะลบล้างความเห็นผิด และความยึดมั่นถือมั่นในสิ่งที่ไม่เป็นสาระ ของผู้ไม่รู้