สมัยใด ปาริชาตกัลปพฤกษ์ของเหล่าเทวดาชั้นดาวดึงส์บานเต็มที่แล้ว สมัยนั้นเหล่าเทวดาชั้นดาวดึงส์ ต่างพากันดีใจเป็นหนักหนา อิ่มเอิบพรั่งพร้อมไปด้วยเบญจกามคุณ บำรุงบำเรออยู่ตลอดระยะเวลา ๔ เดือนทิพย์ ณ ควงไม้ปาริชาตกัลปพฤกษ์ ดอกปาริชาตกัลปพฤกษ์บานเต็มที่นั้น จะแผ่รัศมีไปได้ ๕๐ โยชน์ในบริเวณรอบๆ จะส่งกลิ่นไปตามลมได้ ๑๐๐ โยชน์
ด้วยกำลังบุญของคุณพ่อของลูกรวมกับบุญของตัวลูก สามารถที่จะส่งผลทำให้ท่านไปบังเกิดเป็นเทพบุตร ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ได้เลยทีเดียว
ดูก่อนมาณพ เพราะความที่ท่านเป็นผู้ที่มีจิตเลื่อมใส ได้ถวายดอกกรรณิการ์ประดับฉัตร และทานที่ท่านทำก็ละเอียดประณีต ท่านจะได้สมบัติใหญ่ จักเข้าถึงเทวสมบัติเป็นท้าวสักกะผู้เป็นใหญ่ในดาวดึงส์ ๓๐ ครั้ง จะเป็นพระเจ้าจัรพรรดิที่สมบูรณ์ด้วยจักรพรรดิสมบัติ ๒๑ ครั้ง และจะเป็นพระราชาอีกนับครั้งไม่ถ้วน ในอนาคตกาลท่านจะได้บวชในศาสนาของพระสมณโคดม แล้วจะบรรลุธรรมขั้นสูงสุด
ด้วยกุศลกรรมที่ทำไว้นั้น ได้ไปบังเกิดบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ได้เป็นมเหสีของจอมเทพ ๑,๐๐๐ องค์ เมื่อกลับลงมาเกิด ก็ได้เป็นมเหสีของพระเจ้าจักรพรรดิถึง ๑,๐๐๐ ชาติ ต่อจากนั้นก็ได้เกิดเป็นมเหสีของพระราชาประเทศราช นับภพนับชาติไม่ถ้วน โดยพระนางไม่รู้จักทุคติเลย นี้ก็เป็นบุญพิเศษที่เกิดจากการถวายบิณฑบาตทุกวัน
ด้วยกรรมที่ทำสังฆทานไว้ดีแล้ว และด้วยการตั้งเจตจำนงไว้ เราละร่างมนุษย์แล้ว ได้ไปสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เราได้เสวยราชสมบัติในเทวโลก ๓๐๐ ครั้ง และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๕๐๐ ครั้ง เป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์โดยคณานับมิได้ เพราะกรรม คือการถวายสังฆทานนั้นนำไป เราจึงมีความสุขในที่ทุกสถาน
คุณพ่อของลูกได้ไปบังเกิดเป็นเทพบุตรที่มีทิพยสมบัติมากมาย จนเป็นที่กล่าวขวัญของเหล่าเทพบุตรเทพธิดาที่อยู่ ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์
สวรรค์ชั้นนี้ มีท้าวสุยามาเป็นผู้ปกครอง มีที่ตั้งอยู่ในอากาศ สูงกว่ายอดเขาสิเนรุ ซึ่งเป็นที่อยู่ของสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ 42,000 โยชน์
ภาพวันพระพุทธเจ้าเปิดโลก ในวันออกพรรษาจะมีประเพณีตักบาตรเทโว เป็นวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จลงมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ในครั้งพุทธกาล เสด็จลงมาที่เมืองสังกัสสนคร อยู่ที่ประเทศอินเดีย พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเปิกโลกทำให้สัตว์นรก เปรต เทวดา มนุษย์ เห็นกันและกัน ด้วยพุทธานุภาพ
ข้าแต่พระราชาผู้ประเสริฐ ผู้เป็นใหญ่ในทิศทั้งหลาย ขอเชิญเสด็จมาขึ้นราชรถคันนี้ เทพเจ้าชาวดาวดึงส์พร้อมด้วยพระอินทร์ ใคร่จะเห็นพระองค์ เทพเจ้าเหล่านั้นระลึกถึงพระองค์ ประชุมกันรออยู่ที่สุธรรมาเทวสภา
เราไม่ควรประมาทในชีวิต ต้องมีสติเตือนตนเสมอว่า เราอาจจะตายเมื่อไรก็ได้ ความตายไม่มีเครื่องหมายนำหน้า พึงเร่งขวนขวายสร้างความดี ละบาปอกุศล และทำจิตใจให้ผ่องใส เหมือนพระอินทร์ผู้เป็นจอมเทพในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เมื่อเห็นว่า อีกไม่นานจะต้องจุติจากความเป็นเทพ พระองค์ก็ไม่ประมาท หาโอกาสสั่งสมบุญให้กับตนเองทันที