ครูจุ๋มได้รับการคัดเลือกจากคุณครูทั่วประเทศให้ได้รับ รางวัลครูดีเด่น ประจำปี พ.ศ.2552 จากกรมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย
ทรัพย์สินต่างๆที่อยู่ในบ้านแท้ๆ โจรยังเอาไปไม่ได้ ซึ่งในตอนเกิดเหตุนั้น ขนาดยังไม่ได้หล่อรูปเหมือนทองคำ พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯเลย เป็นเพียงบุญที่เราปลื้มปีติ เลื่อมใสศรัทธาที่จะได้หล่อรูปเหมือนของท่านด้วยทองคำเท่านั้น บุญนี้เมื่อถวายถึงมือพระเดชพระคุณหลวงพ่อแล้ว สมบัติของเราก็ไม่วิบัติ ถ้าเราไม่ได้ทำบุญครั้งนั้น ไม่รู้ว่าตอนนั้นสมบัติของเราจะเป็นอย่างไร
งานบุญครั้งนี้ เรียกได้ว่า ทั้งพระทั้งโยมปลาบปลื้มกันไม่หยุด ทางด้านคณะสงฆ์ ท่านบอกว่า ช่วงที่ท่านปลื้มสุดๆ ก็คือตอนกล่าวแสดงตนเป็นพุทธมามกะ ช่วงเวลานี้สาธุชนกว่า 50,000คนได้กล่าวโดยพร้อมเพรียงกัน เสียงกล่าวแสดงตนเป็นพุทธมามกะ ดังกระหึ่มกึกก้องไปทั่วทั้งเมืองเลยก็ว่าได้ ได้ยินได้ฟังแล้วทำให้ปลื้มจนขนลุกเลยทีเดียว และไม่เคยคิดไม่เคยฝันมาก่อนว่า คนมาอยู่รวมกันกว่าครึ่งแสนจะเงียบสงบและศักดิ์สิทธิ์ได้เพียงนี้
ความสำเร็จที่เกิดขึ้นในวันนี้ ล้วนเกิดจากความร่วมมือของทุกฝ่าย ที่ไม่ว่าจะเป็น พระอาจารย์ ผู้ประสานงาน ผู้นำบุญ ชมรม R&DTC รวมทั้งน้องๆจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ หันตรา วิทยาลัยอาชีวศึกษา และวิทยาลัยการต่อเรือ ก็ช่วยเตรียมงานกันแบบคนรุ่นใหม่ ที่ทำงานกันอย่างไม่รู้จักคำว่าเหน็ดเหนื่อยเลยทีเดียว
สมัยก่อน โลกของเราไม่มีเทคโนโลยีขั้นสูง ไม่มีคอมพิวเตอร์ ชาวพุทธอยู่แต่ในบ้านและประเทศของตน ตั้งใจประพฤติธรรมก็พอแล้ว แต่ในปัจจุบัน เราอยู่ในยุคโลกไร้พรมแดน ชาวพุทธยุคใหม่จึงต้องมีวิสัยทัศน์มองไปทั้งโลก นักบวชก็ควรเปิดใจกว้าง ไม่แบ่งแยกว่าเป็นเถรวาท มหายาน หรือวัชรยาน
แต่เมื่อนึกถึงพระเดชพระคุณหลวงพ่อทั้งสอง นึกถึงภารกิจที่ท่านสู้อุตส่าห์อบรมสั่งสอนลูกศิษย์ และชาวพุทธทั่วโลกขนาดนี้ ถึงแม้ว่าเราจะเหน็ดเหนื่อยขนาดไหน ก็ยังไม่เท่ากับเศษเสี้ยวของความเหน็ดเหนื่อยกับภารกิจที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อทั้งสองได้รับ เมื่อคิดอย่างนี้ ความเหนื่อยล้า ของลูกก็หายไป แต่กลับกลายเป็นกำลังใจ และเป็นพลังใจให้ลูกก้าวเดินต่อไปในหน้าที่ครู หน้าที่ที่คุณครูไม่ใหญ่ให้นิยามว่า “เป็นหน้าที่ของพระบรมโพธิสัตว์”
ตอนนี้เห็นว่าสังขารยังพอไหว จึงตั้งใจว่า “เราจะต้องบวช เพื่อตามหาพระที่หายไป และจะบำเพ็ญเนกขัมมบารมี จนกว่าลมหายใจเฮือกสุดท้าย” แม้ผมจะบวชตอนแก่ ก็ขอแก่บุญแก่บารมี แก่อินทรีย์แต่ไม่ขอแก่หน้า จะเดินตามเส้นทางอริยะของพระราธะ ที่ท่านแม้จะบวชตอนแก่ แต่ก็ว่าง่ายสอนง่าย จนกว่าจะได้เข้าถึงธรรม ได้มีความสุขกับพระภายใน เป็นรักแท้ในวัยชราครับ