ร่วมทอดผ้าป่าเติมเต็มความสำเร็จถนนวงตะวันวันเสาร์ที่ 11 มิถุนายน 2554 ณ ศูนย์การศึกษาเขาแก้วเสด็จ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี
ศูนย์การศึกษาเขาแก้วเสด็จ จังหวัดปราจีนบุรี ได้จัดพิธีทอดผ้าป่าถนนวงตะวัน เพื่อ
จากแผ่นดินรกร้างว้างเปล่าที่ ไม่สามารถปลูกอะไรได้เลยที่เป็นพืชผลทางการเกษตร กว่าทศวรรษแล้ว ที่พุทธบุตรกลุ่มหนึ่งได้เข้ามาบุกเบิกผืนดินที่ชาวบ้านบอกว่าไม่สามารถทำการเกษตรได้เลยเพราะไม่มีน้ำแม้แต่การดำรงชีพ แต่แล้วก็ไม่มีอะไรที่จะสามารถหยุดยั้งแรงศรัทธาของผู้คนที่มีต่อพระพุทธศาสนาได้
เมื่อมีการขุด ถนนพุทธวิถี นี้ขึ้นมา ถนนแห่งนี้จึงเป็นถนนแห่งความหวังของพี่น้องชาวปวาเก่อญอ ที่จะทำให้ทางการสามารถเข้าไปให้ความรู้ และการช่วยเหลือพวกเขาได้ และในช่วงท้ายๆเมื่อทีมงานของเราขุดถนนใกล้ถึงหมู่บ้านขุนสอง ทีมงานของเรานำโดยพระธรรมจาริก ได้เดินทางไปพักยังสำนักสงฆ์ ณ หมู่บ้านขุนสอง นำชาวบ้านให้สวดมนต์ นั่งสมาธิ
ขอเชิญร่วมเป็นหนึ่งในประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นเจ้าภาพตักบาตรพระ 10,000 รูป ปีที่ 10 วันเสาร์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2556 เวลา 06.00 น. ณ ถนนช้างคลาน (แยกลานนาพาเลซ ถึง แยกแสงตะวัน) เชียงใหม่
การสร้างถนนเท่ากับการสร้างทางแก่ยานพาหนะ ผู้คน ตลอดจนสัตว์อื่น ย่อมชื่อว่าให้ความสุขได้เช่นกัน ศูนย์การศึกษาเขาแก้วเสด็จ ขอเรียนเชิญผู้มีบุญทั่วโลก ร่วมทอดผ้าป่าสร้างถนนคอนกรีต
จากนั้นหลังจากคณะสงฆ์ได้ฉันเพลแล้ว ท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯท่านเมตตาเดินทางไปยังจุดเริ่มต้นของถนนพุทธวิถี ซึ่งห่างจากวัดไปอีกประมาณ 300 เมตรต่อในทันทีครับ ท่ามกลางความปีติเบิกบานของพี่น้องชาวดอยทุกคนครับ
พี่น้องชาวดอยที่อยู่รอยต่อจังหวัดตากและจังหวัดเชียงใหม่ ต่างรอคอยวันที่ถนนเส้นนี้จะสำเร็จบริบูรณ์ครับ เดิมในพื้นที่รอยต่อนี้จะมีปัญหาที่แก้ได้ยากคือเรื่องการปลูกฝิ่น การสูบฝิ่น แต่ปัจจุบันนี้เมื่อพระเดชพระคุณหลวงพ่อและกัลยาณมิตรทั่วโลก ได้เมตตาส่งเครื่องอุปโภคบริโภคมาสนับสนุน ทำให้พี่น้องชาวดอยหลายร้อยคนมาช่วยขุดขยายกระทั่งรถสามารถสวนทางกันได้ วิ่งกันได้สะดวกมาก
ชาวปวาเก่อญอ ดีใจกันมากครับ “ห้อยแล้วรวย” ภาษาปวาเก่อญอ คือ “ลีโกโปะลี แกโด้ะ แกทอ” ครับ และทุกคนที่ได้ฟังเพลง ตะวันบนดอย ที่เปิดในงานกล่าวว่า เพลงที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อเมตตาประพันธ์นั้น ไพเราะมากครับ เข้าใจในเนื้อหาครับ และดีใจเป็นพิเศษที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อเมตตากล่าวโอวาทเปิดงานเป็นภาษาปวาเก่อญอ พี่น้องชาวปวาเก่อญอ กล่าวว่า สามารถเข้าใจโอวาทของพระเดชพระคุณหลวงพ่อได้ดีครับ
กระผมขอกราบเรียนให้พระเดชพระคุณหลวงพ่อทราบนะครับว่า “ถนนเส้นเดิมจะใช้ได้เฉพาะในช่วงหน้าแล้งและหน้าหนาว ส่วนหน้าฝนไม่สามารถใช้ได้เพราะน้ำในลำน้ำแม่สองไหลมีปริมาณมาก จะซัดสะพานพัง ชาวบ้านต้องใช้วิธีการทำสะพานบนต้นไม้ปีนข้ามไป และเส้นทางที่ขุดใหม่นี้ จะใช้ได้ตลอดทั้งปี และเป็นระยะทางที่ลัดและตรงไปยังอำเภออมก๋อยได้ง่ายกว่าเส้นเดิมครับ”