พวกราชบุรุษชุดเดิมก็ได้ไปป่าวประกาศให้ชาวบ้านปา จีนยวมัชฌคามทราบว่า “เจ้าเหนือหัวมีพระราชประสงค์จะทรงเล่นน้ำในสระ ดังนั้น ขอให้ชาวบ้านปาจีนวยมัชณคามจงส่งสระโบกขรณีอันดารดาษด้วยบัวเบญจพรรณมาถวาย พระองค์ โดยให้นำมาไว้ในพระราชวัง ภายในชั่วเวลา ๗ วัน หากไม่อาจส่งมาได้ จักต้องถูกปรับสินไหมพันกหาปณะ”
“อืม...พ่อคุณเอ๊ย พระนครกว้างใหญ่ไพศาลถึงเพียงนี้ ทำไมท่านถึงเจาะจงมาเลือกตำหนักของฉัน จะหาที่อื่นไม่ได้เชียวหรือ เอาเถอะ ฉันขอก็แล้วกัน อย่าพอใจที่ตรงนี้เลย ไปหาที่อื่นเถอะนะ ฉันให้แสนกหาปณะ ตกลงไหม” พระนางตรัสขอร้องพร้อมกับติดสินบนบริวารของ มโหสถด้วยทรัพย์จำนวนมาก
แน่นอนว่าคนเหล่านั้นทั้งหมด ต่างก็ไม่มีใครยอมให้รื้อถอนเรือนของตนเลย ทุกคนต่างต่อรองว่าจะขอจ่ายทรัพย์เป็นค่าสินบนเพื่อขอยกเว้นไม่ต้องรื้อเรือนด้วยกันทั้งสิ้น มโหสถใช้อุบายทำนองเดียวกันนี้ กระทั่งรวบรวมทรัพย์สินบนมาได้ถึง ๙๐ล้านกหาปณะ
เพราะบาปกรรมที่ทำไว้เมื่อตอนเป็นมนุษย์ ได้ประพฤตินอกใจคู่รัก เอาใจออกห่างจากคู่ครองของตน ถ้าเป็นหญิงก็เป็นประเภทที่หลงใหลชายชู้ ได้ทรัพย์มาจากสามีก็นำไปบำเรอชายอื่นที่ตนรัก เมื่อตายไปจึงต้องมารับกรรมอย่างสาสมเป็นสัตว์นรกที่ต้องมาปีนต้นงิ้วหนามเหล็กร้อน
มโหสถบัณฑิตถูกท้าวเธอตรัสถามความ เห็นเช่นนั้น ก็มิได้คิดว่าคำถามตื้นๆเพียงเท่านี้ ยังจะมีเล่ห์กลใดๆซุกซ่อนอยู่เบื้องหลัง ด้วยความจงรักภักดีที่มีต่อเจ้าเหนือหัวอย่างบริสุทธิ์ใจ มโหสถจึงมุ่งแต่จะแสดงข้อคิดที่กอปรด้วยประโยชน์ให้ทรงทราบ จึงถือโอกาสนั้นกราบบังคมทูลว่า
พี่เจ้าขา ธรรมดาใจของบุรุษเป็นดั่งกระแสน้ำลึกที่ไหลเชี่ยวกราก ยากแท้จะหยั่งถึง ใครก็ไม่อาจรู้ได้ว่าจะตื้นลึกสักเพียงใด และอารมณ์ของบุรุษก็เป็นดุจกระแสคลื่นในทะเล ขึ้นลงๆ อยู่ทุกวี่วัน ไม่มั่นคงเป็นหนึ่งเดียว ฉะนั้น จึงไม่อาจถือเอาเป็นประมาณได้ น้องกลัวเหลือเกิน กลัวว่าพี่น่ะ จะมาหว่านล้อมให้น้องตายใจ
ครั้นได้รู้ว่าต่างคนต่างก็มาด้วยวัตถุประสงค์อย่างเดียวกัน อาจารย์กามินทะจึงเงียบเสียง ปล่อยให้อาจารย์เสนกะบ่นงึมงำไปคนเดียว “อืมม... หนึ่งคน สองคน สามคน นี่สามคนแล้ว รออีกหน่อย เดี๋ยวก็คงครบชุดแน่ๆ” อาจารย์เสนกะยังไม่ทันกล่าวจบ ร่างของอาจารย์เทวินทะก็ร่วงหล่นลงมากลางวง เสียงร้องอึกทึกก็ดังขึ้นอีก
ข้าแต่ท่านฤษี ได้โปรดเถิด จงให้อภัยแก่ข้าพเจ้าด้วยเถิด ท่านกล่าวถึงสามะกุมารว่าเขากำลังไปตักน้ำ แต่บัดนี้ สามะกุมารนั้นได้ถูกข้าพเจ้าฆ่าเสียแล้วด้วยลูกศรอาบยาพิษ
มโหสถสั่งการให้ทหารระดมกำลังช่วยกันโกยเลนขึ้นไปถมบนกำแพง แล้วให้หว่านข้าวเปลือกลงในที่นั้น เพียงชั่วข้ามคืนเดียวข้าวเปลือก เหล่านั้นก็งอกงามขึ้น ชูใบเขียวชอุ่มเต็มตลอดแนวสันกำแพงเป็นที่น่าอัศจรรย์ ที่เป็นดังนี้เพราะความปรารถนาของพระโพธิสัตว์ ย่อมสำเร็จได้ด้วยบุญญานุภาพที่สั่งสมมาดีแล้ว
พวกท่านก็ลองคิดดูเถิด ถ้าพระราชาทรงทราบเรื่องนี้เข้า กระผมจะเหลืออะไร” ความลับของอาจารย์ทั้งสามล้วนเป็นเรื่องคอขาดบาดตายด้วยกันทั้งนั้น