พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเล็งเห็นคุณค่าของเวลาชีวิต และทรงให้แนวทางแก่พระภิกษุในพระพุทธศาสนาในการบริหารเวลา ดังนี้....
ท่านสาธุชนยอดนักสร้างบารมีผู้มีบุญทั้งหลาย เราเกิดมาภพชาติหนึ่งได้มาทำความดีในมนุษยโลก มาพบพระพุทธศาสนา และตัวเราก็เป็นสัมมาทิฐิบุคคล นับว่าเป็นสิ่งที่ได้มายากแสนยาก เพราะนี่คือคุณสมบัติของผู้มีบุญที่จะใช้โอกาสที่ดีเช่นนี้สร้างบารมีตักตวงบุญกุศลได้เต็มที่
ก่อนที่เราจะไปปลื้มกับบรรยากาศวันนี้ที่วัดโบสถ์บน บางคูเวียงจ.นนทบุรี เราไปเก็บตกความปลื้มเมื่อวานนี้ในพิธีจุดประทีปบูชาธรรม พระผู้ปราบมาร ณ วัดสองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรีกันก่อน...
ภาพแห่งความปลื้มล้นใจเมื่อวานนี้ที่ได้เห็นพุทธบุตรกองพันเนื้อนาบุญนั่งสมาธิพร้อมกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ต่อหน้ารูปเหมือนทองคำพระเดชพระคุณหลวงปู่ พระผู้ปราบมาร ที่อนุสรณ์สถานแห่งที่ 1 โลตัสแลนด์
ย้อนไปในสมัยพุทธกาล ณ พระเชตวันมหาวิหารอันเป็นที่ประทับของพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ยังมีกุลบุตรชาวเมืองสาวัตถีซึ่งเป็นสหายกันประมาณ 30 คน ถือของหอม ดอกไม้และผ้า คิดกันว่าจะเข้าเฝ้าฟังพระธรรมเทศนาของพระศาสดา จึงได้พากันไปยังวิหารเชตวันและได้นั่งพักในโรงนา คมาฬกะ วิสาลมาฬกะ เพื่อรอเข้าเฝ้าพระพุทธองค์
หลวงพ่อคะ ลูกเข้าวัดครั้งแรกตั้งแต่ปี 2535 ค่ะ หลังจากนั้นไม่นานก็ได้ไปนั่งสมาธิที่เชียงใหม่ และตัดสินใจกับดาร์ลิ้งค์เป็นประธานกฐิน M แรกทันที ทั้งๆที่เราก็ไม่ได้รวยหรอกนะคะ แต่เราคิดว่า..อยากเป็นประธานกองกฐินสักครั้งหนึ่งในชีวิตให้ได้
ลูกเข้าวัดพระธรรมกายเพราะมีคุณพ่อเป็นกัลยาณมิตร ซึ่งท่านจะเพียรอธิบายว่าวัดดีอย่างไร เพราะตอนนั้นลูกฟังแต่ข่าวค่ะ แต่ก็ยอมมาวัดกับท่าน วันแรกที่มาวัดพอหลวงพ่อนำนั่งสมาธิ ลูกก็นั่งกอดอก คอยฟังว่าหลวงพ่อจะสอนอะไร ลูกมาวัดได้ระยะหนึ่งจึงได้พิสูจน์ด้วยตนเองว่าวัดพระธรรมกายไม่ได้เป็นอย่างที่ข่าวโจมตี แถมหลวงพ่อยังทำแต่โครงการดีๆเต็มไปหมดเลย
หลวงพ่อครับ..ก่อนหน้านั้นชีวิตผมต่ำเตี้ยเรี่ยดิน สังกัดพรรคกระยาจกอย่างเต็มรูปแบบเลยครับ เพราะคุณแม่ผมมีลูกมากถึง 9 คน แล้วคุณพ่อผมก็มาตายจากไปตั้งแต่ผมอายุแค่ 5 ขวบ หนำซ้ำคุณแม่ก็ไร้อาชีพ ด้วยเหตุนี้..แม่ผมจึงจำเป็นต้องเลี้ยงลูกทั้ง 9 คน แบบตามมีตามเกิด ปล่อยให้เร่ร่อนเต็มที่ คือ ลูกแต่ละคนจะทำอย่างไรก็ได้..อย่าให้อดตายเป็นใช้ได้
ผมเรียนรู้การเป็นเถ้าแก่ตั้งแต่ตัวกระเปี๊ยก เพราะตอนผมอายุ 15 ปี ผมก็ต้องเปิดแผงลอยขายของเล่นตามตลาดนัดด้วยตัวเอง ซึ่งผมบริหารงานเองทั้งหมด ตั้งแต่ไปหาซื้อของที่สำเพ็ง หาที่ตั้งแผงลอย คือ ทำเองทุกอย่าง และพอขายได้ก็เอามาทำบุญตั้งแต่ 1 บาท 20 บาท ถึง 100 บาทครับ แต่หลังจากคุณพ่อเสียแล้ว ผมก็ต้องหางานที่มีรายได้เพิ่มขึ้น คือ หลังเลิกเรียน..ก็มาทำงานติดต่อลูกค้าให้กับบริษัทฝึกอบรมสัมมนาแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นงานด้านการตลาด ซึ่งช่วงนั้นผมอายุแค่ 18 ปีเท่านั้น