ในชีวิตหนึ่ง เราต้องเจอผู้คนมากมายที่เราพอใจและไม่พอใจ จนหลายคนต้องบอกกับตัวเองบ่อยครั้งว่า “ต้องอดทนนะ..ต้องอดทน”
ท่านพิจารณาเห็นธาตุทั้งหลายว่าเป็นทุกข์แล้ว อย่าเกิดอีก ท่านสำรอกความพอใจในภพแล้ว จงเป็นผู้สงบระงับเที่ยวไปเถิด
คุณครูไม่ใหญ่ได้เล่าเรื่อง วิบากกรรมกาเมฯ เอาไว้ในโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา ถ่ายทอดทาง DMC เกี่ยวกับตัวอย่างของโทษภัย ที่ต้องไปรับทัณฑ์ทรมาน และวิบากกรรม เรียงลำดับไล่มาตั้งแต่เป็นสัตว์นรกในมหานรกขุม 3 อุสสทนรก ยมโลก เปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน และมนุษย์ เอาไว้ว่า...
The Lord Buddha taught that suffering as a result of birth is ‘built in’ suffering for every living being conceived in the realms of the Cycle of Existence
ถ้าผู้นั้นจะได้ไปเกิดเป็นเทพบุตร ธิดา ในสวรรคเทวโลกเขาย่อมเห็นคตินิมิตเป็นทิพยวิมาน เห็นปราสาทราชวังอันสวยงาม เขาจะหลับตายอย่างสุขสงบ
ขอเชิญร่วมบุญเป็นเจ้าภาพพิมพ์หนังสือธรรมะ เพื่อน้อมถวายแด่พุทธบุตร 3 หมื่นกว่าวัด ในวันคุ้มครองโลก 22 เมษายน 2554 นี้
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ความปรากฏขึ้นแห่งบุคคลเอก เป็นความปรากฏแห่งจักษุใหญ่ แห่งแสงสว่างใหญ่ แห่งโอภาสใหญ่ แห่งอนุตตริยะ เป็นการกระทำให้แจ้งซึ่งปฏิสัมภิทา ๔ เป็นการแทงตลอดธาตุธรรม
ท้าวสักกะทรงดำริว่า “ดาบสนี้มีอานุภาพมากจะทำให้เราเคลื่อนจากความเป็นท้าวสักกะ เราจะต้องร่วมมือกับพระเจ้าพาราณสี ทำลายตบะของดาบสนั้นให้ได้” ครั้นเวลาเที่ยงคืน จึงเสด็จไปยังห้องบรรทมของพระเจ้าพาราณสี แสดงอานุภาพของท้าวสักกะ พลางตรัสกับพระราชาว่า
จะเห็นได้ว่า การกล่าววาจาทุพภาษิต เช่น คำหยาบ คำด่านั้น ไม่ดีเลย เหมือนที่พราหมณ์พูดกับโคนันทิวิสาล ในการเดิมพันครั้งแรก ทำให้ต้องเสียทรัพย์แก่เศรษฐีและอับอายขายหน้า แต่ครั้นพราหมณ์กล่าวถ้อยคำที่ไพเราะเสนาะหู และเสริมสร้างกำลังใจให้แก่กัน ก็สามารถกู้ชื่อเสียงกลับคืนมาได้ และยังได้ทรัพย์สินอีกมากมาย เพราะคำพูดที่ไพเราะนั้นมีฤทธิ์ มีอานุภาพ
"ระหว่างพระพุทธเจ้ากับท่านอุรุเวลกัสสปะ ใครหนอจะมีอานุภาพมากกว่ากัน" พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงล่วงรู้ความคิดของชาวเมือง จึงตรัสถามท่านว่า "ดูก่อนกัสสปะ ท่านเคยเป็นอาจารย์สั่งสอน หมู่ชฎิลผู้ผ่ายผอมเพราะกำลังประพฤติพรต ท่านเห็นอะไรจึงได้ ละไฟที่เคยบูชาเสียเล่า ท่านเห็นประโยชน์อะไรจึงมาประพฤติพรหมจรรย์กับเรา"