เศรษฐีเห็นอิทธิฤทธิ์ของพราหมณ์ จึงถามว่าพวกท่านเป็นใคร พระอินทร์และเหล่าเทพบุตรบอกความจริงว่า พวกตนเป็นบรรพบุรุษของเศรษฐี และเหตุที่ได้เป็นเทพบุตรก็เพราะการบำเพ็ญทาน ไม่ประมาทในการกุศล และให้โอวาทเศรษฐีว่า "จงรักษาประเพณีการให้ทานต่อไป อย่าได้ตระหนี่หวงแหนทรัพย์ เพราะคนตระหนี่ย่อมตกนรก"
“พวกพระองค์ได้เพียรพยายาม ทุกวิถีทางเพื่อจะนำสระโบกขรณีมาถวายพระองค์ให้จงได้ แต่เพราะเหตุที่พวกข้าพระองค์เป็นผู้ด้อยปัญญา ด้วยความเขลาจึงสำคัญผิดไปว่า การนำสระโบกขรณีเก่ามาผูกติดกับสระโบกขรณีใหม่นั้น อาจมีช่องทางให้สำเร็จตามประสงค์ได้ พระองค์ผู้สมมุติเทพ ก็พระองค์จักเป็นผู้ยืนยันให้แจ้งชัดในที่นี้ได้หรือไม่ว่า ใครๆ ก็ไม่อาจจะผูกสระโบกขรณีให้ติดกันได้ พระเจ้าค่ะ”
ชายผู้เป็นหัวหน้ามิได้สะทกสะท้าน ได้กราบทูลอย่างองอาจว่า “หามิได้พระเจ้าค่ะ พระองค์มิได้รับสั่งให้พวกข้าพระองค์ลุยโคลนเช่นนี้ แต่ก่อนหน้านี้ พระองค์ทรงมีพระบรมราชโองการให้ชาวบ้านปาจีนวยมัชฌคามส่งสระมาถวายมิใช่หรือ พระเจ้าข้า”
มโหสถใช้เวลาครุ่นคิดเพียงชั่วครู่เท่านั้น ก็สามารถที่จะเฉลยคำตอบในทันทีว่า “เรื่องนี้ไม่ยากดอก อย่าเดือดเนื้อร้อนใจไปเลย เพราะอันที่จริง โคมงคลที่พระราชาตรัสถามถึง ทรงหมายเอาไก่สีขาวปลอดนั่นเอง เพราะตามธรรมดา ไก่ย่อมมีเขาที่เท้าคือเดือย มีโหนกที่ศีรษะคือหงอน และขันวันละ ๓ เวลาเป็นปกติ ฉะนั้น ท่านจงทำตามคำของเราก็แล้วกัน”
ฝ่ายอาจารย์เสนกะ เมื่อได้ยินว่าท้าวสักกเทวราชได้เสด็จมาเพื่อประกาศปัญญานุภาพของ มโหสถก็ยิ่งขุ่นเคืองใจ ครุ่นคิดแต่เพียงว่า ทำอย่างไรจึงจะสามารถยับยั้งพระองค์ไว้ได้ จึงกราบทูลคัดค้านและชี้แจงเหตุผลในทันที และถือโอกาศทดลองกำัลังปัญญาของมโหสถ มโหสถจะถูกทดลองปัญญาด้วยอะไรนั้น
ภาพที่เห็นเหล่านี้ ทำให้นึกถึงเมืองไทยทันที ซึ่งไม่ได้หมายความว่า Homesick แต่กลับระลึกถึง “ผู้มีบุญ” ที่อยู่ เมืองไทย ที่กำลังสนุกสนาน บุญบันเทิง กับการสร้าง “โมดูล” ทำบุญสร้าง “หลังคา” มหารัตนวิหารคด แถมยังจะร่วมประกอบพิธี “เทคอนกรีตเสาค้ำฟ้า” ใน “วันครูวิชชาธรรมกาย” อีกด้วย เราจึงได้ข้อคิดในใจว่า. . .
สามเณรเดินต่อไป เห็นช่างศร กำลังเอาลูกศรลนไฟ เล็งดูด้วยหางตา แล้วดัดให้ตรง จึงเรียนถามพระเถระด้วยความอยากรู้ ตามประสาเด็กอายุ ๗ ขวบ ที่มีบารมีแก่กล้า เมื่อได้คำตอบแล้ว ก็ตรึกธรรมะไปว่า ถ้าสามารถดัดลูกศรที่ไม่มีจิต ให้ตรงได้ ทำไมหนอ คนซึ่งมีจิตแท้ๆ จึงไม่สามารถบังคับจิตของตนเองได้"
พระราชาทรงมองดูลำต้น พลางดำริว่า ต้น มะม่วงต้นนี้ เมื่อเช้านี้เอง ยังเต็มไปด้วยผล เป็นพวงสวยงาม ทำความอิ่มตาเบิกบานใจให้แก่ผู้พบ เห็นที่ผ่านมาผ่านไป มาบัดนี้ ถูกเก็บผลหมดแล้ว มีกิ่งหักห้อยรุ่งริ่งดูไม่งาม แม้เราก็ควรเป็นเหมือนต้นไม้ที่ไม่มีผล พระองค์ทรงกำหนดไตรลักษณ์เช่นนี้ ทรงเจริญวิปัสสนา จนได้บรรลุปัจเจกโพธิญาณ
ผู้หญิงคนหนึ่ง ในชีวิตของเธอพบกับเรื่องราวแปลกๆมากมาย เธอเคยเห็นควายเผือก ที่มีเทพบุตรอยู่ข้างใน เห็นสัตว์คล้ายม้า ซึ่งมีคนบอกเธอว่าคือ “ควาน” มีประสบการณ์เหมือนกับภาพยนตร์ชื่อดัง ทวิภพ และอีกหลากหลาย...เรื่องราวต่างๆที่กล่าวมา เป็นเรื่องเหลือเชื่อแต่จริง หรือเรื่องไม่จริงที่เหลือเชื่อ ที่นี่มีคำตอบ
การอธิษฐานนี้ เป็นบารมีอย่างหนึ่ง ที่เราต้องทำให้สม่ำเสมอทุกๆ วัน การอธิษฐานที่ถูกวิธี ไม่ใช่ไปอธิษฐานกับภูเขาต้นไม้ ทรงเจ้าเข้าผี หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ แต่ให้ระลึกนึกถึงบุญกุศลความบริสุทธิ์ ที่เราได้สั่งสมมานับภพนับชาติไม่ถ้วน อีกทั้งอานุภาพของพระรัตนตรัยที่ไม่มีประมาณ นึกถึงสิ่งประเสริฐเหล่านี้ แล้วอธิษฐานจิตตั้งความปรารถนาในสิ่งที่ดีงาม เราจะสมปรารถนาในที่สุด