“พวกพระองค์ได้เพียรพยายาม ทุกวิถีทางเพื่อจะนำสระโบกขรณีมาถวายพระองค์ให้จงได้ แต่เพราะเหตุที่พวกข้าพระองค์เป็นผู้ด้อยปัญญา ด้วยความเขลาจึงสำคัญผิดไปว่า การนำสระโบกขรณีเก่ามาผูกติดกับสระโบกขรณีใหม่นั้น อาจมีช่องทางให้สำเร็จตามประสงค์ได้ พระองค์ผู้สมมุติเทพ ก็พระองค์จักเป็นผู้ยืนยันให้แจ้งชัดในที่นี้ได้หรือไม่ว่า ใครๆ ก็ไม่อาจจะผูกสระโบกขรณีให้ติดกันได้ พระเจ้าค่ะ”
มโหสถเห็นอาการเศร้าซึมของนาง ก็ทราบว่า นางคงรู้สำนึกขึ้นมาแล้ว จึงได้ให้โอวาทต่อไปว่า “ต่อแต่นี้ไป เจ้าจงสมาทานเบญจศีลเถิดนะ แล้วพึงตั้งใจรักษาให้บริสุทธิ์ไปจนตลอดชีวิต ขอให้เจ้าพึงสำเหนียกไว้ในใจเสมอว่า เราจักเว้นจากการเบียดเบียนชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่นไปจนกว่าชีวิตจะหา ไม่ เจ้าจะทำได้ไหมล่ะ”
เจ้าทั้งสองจงฟัง เด็กน้อยนี้เป็นของกลาง ใครแย่งได้จงแย่งเอา หากใครดึงเด็กพ้นไปจากเส้นที่ขีดไว้ได้ แล้วเลื่อนเข้าไปทางฝ่ายตนได้มากกว่า จะถือว่าเด็กเป็นลูกของผู้นั้น และหญิงนั้นก็จะได้ลูกของตนไป เรามาติดตามกันว่าใครจะเป็นแม่ที่แท้จริงของทารกน้อยนั้น
วันหนึ่งขณะที่มโหสถกุมารกำลังวิ่งเล่นกับเหล่าสหาย ภายในสนามเด็กเล่นท่ามกลางหมู่บ้าน พลันมหาเมฆก็ตั้งเค้าทะมึน ไม่ช้าก็โปรยปรายละอองฝนลงมา สายฝนตกกระหน่ำถี่ขึ้นเป็นลำดับ จนเหล่ากุมารต้องรีบวิ่งหนีฝนกันอลหม่าน มโหสถกุมารเห็นความเป็นไปเช่นนั้น ก็ให้นึกสมเพชเวทนา จึงคิด..?
มาตลีเทพสารถีนำทิพยานแล่นผ่านประตูเทพนคร นำพระเจ้าเนมิราชชมความงามไปเรื่อยๆ พร้อมกับพรรณนาความงดงามตระการตาของดาวดึงส์แดนสวรรค์ไปไม่ขาดสาย
เมื่อสิ้นเสียงของนางเทพธิดาพสุนทรี เหตุการณ์อันน่าอัศจรรย์ก็พลันบังเกิดขึ้นพร้อมกันถึง 4 อย่างคือ ความเจ็บป่วยของสุวรรณสามพระโพธิสัตว์ได้คลายหายไปเป็นปลิดทิ้ง แม้รอยแผลอันเกิดจากการถูกยิงก็กลับเลือนหายไปไม่ปรากฏรอยแผลใดๆเลย
...ข้าแต่พระราชา ...พระองค์ทรงทำความผิดไว้มาก ได้กระทำกรรมอันชั่วช้า ประทุษร้ายสุวรรณสามผู้บริสุทธิ์ ทำให้บิดามารดาผู้ตาบอดของเธอพลอยลำบาก และกำลังจะอดตายตามกันไป พระองค์ทรงทำบาปมหันต์ จะตกไปสู่อบายอย่างแน่แท้
...ข้าพระองค์ขอทูลถามพระองค์ว่า พระองค์ยิงข้าพระองค์แล้ว ไยจึงซ่อนพระองค์อยู่ เสือเหลืองถูกฆ่าเพราะหนัง ช้างถูกฆ่าก็เพราะงา แล้วข้าพระองค์เล่า เป็นผู้ควรถูกยิงด้วยเหตุอะไร
วัดพระธรรมกายดันนีดิน ประเทศนิวซีแลนด์ ได้จัดงานบุญบูชาข้าวพระ และพิธีทอดผ้าป่าบำรุงวัด
มีภิกษุอยู่รูปหนึ่งเป็นผู้ที่ชอบพูดจาโป้ปดอยู่เสมอ คำพูดอย่างหนึ่งแต่การกระทำอีกอย่างหนึ่งจนเป็นที่ระอาใจในหมู่ภิกษุสงฆ์ด้วยกัน ภิกษุทั้งหลายได้พาภิกษุที่ชอบโกหกไปเข้าเฝ้าองค์พระศาสดาเพื่อให้พระองค์ได้ชี้แนะตักเตือน