เมื่อเช้าวันงานมาถึงพร้อมกับฝนที่ตกลงมา เพื่อร่วมอนุโมทนาบุญใหญ่ในครั้งนี้ด้วย แต่ชาวนครชัยศรีซะอย่าง บ่ยั่นอยู่แล้ว ส่วนพระภิกษุสงฆ์เห็นสาธุชนบ่ยั่น ท่านก็บ่ยั่นเหมือนกัน เมื่อคณะพระภิกษุสงฆ์แปรแถวมารับบาตร จึงได้เกิดปรากฏการณ์ตักบาตรท่ามกลางสายฝนขึ้น วินาทีนี้สาธุชนถึงกับน้ำตาไหล
พระเดชพระคุณพระธรรมปิฎก เจ้าคณะจังหวัดสระบุรี ประธานฝ่ายสงฆ์ ท่านเซอร์ไพรส์คนทั้งงานด้วยการประกาศว่า คณะสงฆ์จังหวัดสระบุรี มีมติเห็นชอบขอร่วมบุญถวายปัจจัยคณะสงฆ์ 266วัด 4จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเงิน 2,552,000บาท เสียงสาธุการดังกระหึ่มพร้อมกับน้ำตาเย็นของผู้ที่มาร่วมงาน ต่างก็ปีติใจที่เห็นพุทธบุตรเป็นหนึ่งเดียวกันเหมือนดวงตะวันที่มีดวงเดียว
ถึงแม้ว่าจะมีคนมาร่วมงานเป็นหมื่นๆคนก็ตาม แต่ถนนสายบุญนี้ เงียบกริบ ไม่มีการคุยกันเลย ทุกคนล้วนทำตามทุกกิจกรรม ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม และเมื่อเพลงชีวิตสมณะดังขึ้น น้ำตาที่ไม่ได้รับเชิญก็หลั่งไหลออกมาด้วยความปลื้มปีติ งานนี้ไม่ต้องอายกันเลย เพราะว่าหันไปทางไหน ก็ล้วนแต่เห็นผู้คนจำนวนมากมีน้ำตาแห่งความปีติ อาบแก้มกันทุกคน
แต่พอเมื่อพระภิกษุจำนวน 3,700กว่ารูป ได้เริ่มเดินบิณฑบาต ก็เหมือนกับมนต์สะกดให้สายตาทุกคู่ ต้องหันกลับมามองพุทธบุตรเป็นหนึ่งเดียวกัน สายตาที่จ้องมองพุทธบุตรด้วยความศรัทธา น้ำตาแห่งความปีติก็ไหลล้นออกมาด้วยความปลาบปลื้ม มือทั้งสองก็ยกขึ้นพนมด้วยการแสดงความเคารพ
ภาพที่สุดแสนประทับใจไม่รู้ลืมเลย คือ ช่วงเวลาที่พระเดินบิณฑบาต ท่านเดินเป็นแถวเป็นแนว สง่างามมากๆ สาธุชนต่างพร้อมใจกันพนมมือด้วยความเคารพ เป็นภาพที่สุดแสนประทับใจไม่มีวันลืมเลือนจริงๆ ทำให้น้ำตาแห่งความปีติได้ไหลออกมาด้วยความอิ่มใจ ร้องไห้ไปก็ยิ้มไปด้วย เป็นความภูมิใจของชาวนครเมืองพระ...ปลื้มจังฮู้
น้องๆได้เรียนรู้หลักธรรม และวัฒนธรรมชาวพุทธ รักษาศีลแปด สวดมนต์ทำวัตรเช้า-เย็น และฝึกสมาธิ นอกจากนี้ยังได้รับฟังธรรมะจากพระอาจารย์ และเรื่องที่บีบน้ำตาน้องๆมากที่สุดคือ “เรื่องพระคุณของพ่อแม่” ในช่วงนั้นเป็นบรรยากาศที่เหนือคำบรรยายค่ะ น้องๆซาบซึ้งกันมากจนร้องไห้ วันรุ่งเช้าตาบวมไปตามๆกันเลยค่ะ
คำที่กล่าวว่า “โยมเห็นพระแล้วโยมก็ปลื้ม พระเห็นโยมแล้วพระก็ปลื้ม” ขอยืนยันว่า เป็นเช่นนั้นจริงๆ ทุกครั้งที่ได้มองพระภิกษุค่อยๆเดินอย่างสง่างาม ผ่านตรงหน้าไปทีละรูปทีละรูป ก็ยิ่งทำให้ใจฟูขึ้น...ฟูขึ้น ตลอดเวลาเลยทีเดียว เห็นแล้วก็อดกลั้นความรู้สึกที่จะหลั่งน้ำตาแห่งความปีติออกมาไม่ได้ ทั้งปลื้ม ทั้งชื่นใจในเวลาเดียวกัน
หลังจากที่นั่งไปเรื่อยๆ ก็รู้สึกโปร่ง โล่ง เบา สบาย เหมือนตัวเองหายไป แล้วก็เห็นดวงสว่างที่ใสเกินใส ใสยิ่งกว่าแก้วใดๆที่เคยเห็นมา แล้วดวงกลมก็ผุดซ้อนกันขึ้นมาเป็นสายเคลื่อนเข้าหาตัวลูก ในกลางดวงแก้วก็มีองค์พระผุดซ้อนกันเป็นสายเคลื่อนตัวขึ้นมา แล้วก็มาซ้อนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับลูก ตอนที่องค์พระผุดซ้อนกันขึ้นมา ลูกก็มองไปเรื่อยๆโดยที่ไม่รู้สึกเมื่อย แต่กลับมีความรู้สึกเต็มเปี่ยมความสุขทุกสัมผัส ปีติสุขจนน้ำตาไหล
บรรยากาศในวันนี้ เหมือนมีสิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้น เพราะว่าปกติที่เมืองพิจิตรแดดจะแรงมากๆ แต่วันนี้ไม่มีแดดเลยแม้แต่น้อย อากาศเย็นสบาย และที่สำคัญ ช่วงที่พระกำลังให้พร ได้มีฝนตกปรอยๆ เม็ดเล็กๆ ประดุจดั่งได้รับน้ำมนต์จากคณะสงฆ์ซึ่งกำลังให้พรกันเลยทีเดียว และฝนที่ตกมานั้นก็ไม่ได้ทำให้พวกเราเปียกเลยแม้แต่น้อย ซึ่งทำให้หลายๆคนถึงกับขนลุกด้วยความปลื้มปีติ และสามารถเรียกน้ำตาจากทีมงาน และผู้ที่มาร่วมงานในครั้งนี้ได้เป็นจำนวนมาก