มรรคผลนิพพานไม่จำกัดกาลเวลา สัมมา อะระหังแม้ป่วยยังเห็นดวงได้ วันนี้วันที่ 31 นับจากวันเข้าพรรษาแล้ว . . .
นับจากวันเข้าพรรษามาได้ 29 วันแล้ว พรรษาหนึ่งมี 3 เดือน เราก็เดิน ทางมาได้เกือบ 1 ใน 3 ของพรรษาแล้ว พรรษานี้เราให้ชื่อว่า พรรษาแห่งการ บรรลุธรรม หมายถึงว่า ทุกคนจะตั้งใจปฏิบัติธรรมให้ได้เข้าถึงพระในตัว ไม่ ว่าจะเป็นคฤหัสถ์หรือบรรพชิต
วันนี้นับจากวันเข้าพรรษามาได้ 24 วัน เราได้ตั้งใจเอาไว้ว่า พรรษานี้จะให้เป็น พรรษาแห่งการบรรลุธรรมของทุกคน พระในที่นี้คือพระรัตนตรัยในตัวหรือจำง่าย ๆ คือพระธรรมกายซึ่งมีอยู่ในตัวของทุกคนในโลก เป็นที่พึ่งที่ระลึกอย่างแท้จริง
วันนี้วันที่ 22 นับจากวันเข้าพรรษา เผลอประเดี๋ยวเดียวจะครบ 1 เดือนแล้ว เหลืออีกอาทิตย์เดียวเท่านั้น วันคืนผ่านไปรวดเร็วเหลือเกิน ที่ต้องนับกันไปวัน ๆ เพราะจะได้เตือนพวกเราให้รู้ว่า สิ่งที่เราได้ตั้งใจเอาไว้ตั้งแต่ต้นพรรษานั้นจะต้องทำให้สำเร็จให้ได้
ถ้าตั้งความปรารถนาจะไปดุสิตบุรี วงบุญพิเศษ ตัวเราก็ต้องให้พิเศษแตกต่างจากปกติของมนุษย์ธรรมดาพิเศษ คือ จะต้องเข้าถึงพระธรรมกาย มีพระธรรมกายปรากฏชัดใสแจ่มอย่างนี้ แม้พระธรรมกายจะมีอยู่ในตัวทุกคน แต่ถ้ายังเข้าไม่ถึง มีก็เหมือนไม่มี เหมือนน้ำใต้ดิน เรารู้ว่ามีน้ำใต้ดิน แต่ถ้าไม่เจาะไม่ขุดไปให้ถึงก็ไม่ได้น้ำมาดื่มมาใช้ พระธรรมกายในตัวก็เช่นเดียวกัน แม้มีอยู่แต่ถ้าหากยังเข้าไปไม่ถึงก็เอามาใช้ไม่ได้
ช่วงเวลาที่ดีของการเข้าพรรษาดำเนินมาวันนี้เป็นวันที่ 10 แล้ว ในทุกๆวันก็จะเป็นวันที่เราตั้งใจให้พรรษานี้เป็นพรรษาแห่งการบรรลุธรรม...
วันนี้วันที่ 8 ของการเข้าพรรษาที่มีชื่อว่า พรรษาแห่งการบรรลุธรรม พระเห็นพระ เณรเห็นพระ โยมเห็นพระ จะนับกันไปเป็นวัน ๆ จะได้กระตุ้น เตือนจิตสำนึกของเราให้ตื่นตัวเกี่ยวกับเรื่องการแสวงหาสิ่งที่มีคุณค่าที่สุดของการเกิดมาเป็นมนุษย์ในแต่ละครั้ง เผลอประเดี๋ยวเดียว 8 วันแล้ว เหลือเวลาอีกไม่กี่วันเท่านั้นก็จะออกพรรษาแล้ว
เคยไหม...บางครั้งที่เราอยู่คนเดียวเงียบๆ แล้วเกิดคำถามขึ้นมาในใจว่า เรากำลังแสวงหาอะไรสักอย่างหนึ่งที่จะทำให้ชีวิตสมบูรณ์ แต่เราก็ตอบไม่ได้ ว่าสิ่งนั้นคืออะไร เข้าพรรษานี้เรามีคำตอบค่ะ...
ขอเชิญร่วมเป็นเจ้าภาพเวียนประทักษิณบรรพชาอุปสมบทหมู่ พระนานาชาติ รุ่นที่ 11 วันเสาร์ที่ 27 กรกฎาคม 2556 ณ อุโบสถ วัดพระธรรมกาย
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สมณะที่ ๔ เป็นไฉน ภิกษุในศาสนานี้ กระทำให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุตติ ปัญญาวิมุตติอันหาอาสวะมิได้ เพราะความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย ด้วยอภิญญาของตนเอง เข้าถึงทิฏฐธรรมอยู่ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลเช่นนี้คือสมณะที่ ๔ ในพระพุทธศาสนา