ปาณุเปตัง หมายถึง การมอบกายถวายชีวิตในพระรัตนตรัย จะเป็นจะตายก็ต้องอยู่ในพระพุทธศาสนา ต้องช่วยปกป้องพระพุทธศาสนา
ผลการปฏิบัติธรรมของอุบาสิกาแก้วหน่ออ่อน รุ่นหนึ่งล้านคน แม้จะมาจากต่างที่ แม้จะต่างวัย แต่สิ่งที่ได้รับล้วนเหมือนกัน นั่นคือ...ความสุข
รอดตายได้เนื่องจากในอดีตชาติ เลี้ยงดูพ่อแม่ บวชพระ ไม่มีกรรมปาณาติบาต และทำบุญสงเคราะห์ญาติ ช่วยเหลือคนป่วย และพระภิกษุ สามเณร ส่วนปัจจุบันก็ได้ทำบุญทุกบุญ
เกาะติดสถานการณ์ชวนบวชพระแสนรูปรุ่นเข้าพรรษา
มีประโยคหนึ่ง ที่ผู้เป็นพ่อรำพึงออกมาว่า ที่เขาไม่ยอมบวชก็คงเป็นเพราะผมไม่คอยบอกไม่เคยสอนเรื่องการบวชแก่เขา.....แม้แต่ตัวผมเองก็ยังไม่เคยคิดอยากบวช...อย่างนี้นี่เอง พ่อแม่คือต้นแบบทั้งทางร่างกาย และจิตใจให้แก่ลูกจะนำมาซึ่งหนทางของสวรรค์ หรือ อบายก็ได้
เราได้จัดสัมมนาชวนบวชแล้วก็เชิญชวนคนเข้าไปฟังสัมมนาแล้วทั้งหมด 3 ครั้ง รูปแบบการสัมมนาจะนิมนต์พระอาจารย์มานำนั่งสมาธิแล้วก็เทศน์อานิสงส์ของการบวชและไขปัญหาข้อข้องใจคลายกังวล อีกทั้งยังมีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์สำหรับผู้ที่เคยบวชมาแล้ว และในที่สุด ถ้าเขาเป็นเจ้าของบุญเขาก็จะตัดสินใจเอง โดยมีจุดเริ่มต้นจากการชักชวนของเรา
หลายๆคนอาจจะไม่รู้ซึ้งคำว่าพระพุทธศาสนา แต่สำหรับผมแล้วรู้สึกว่า ไม่ว่าจะเกิดกี่ภพกี่ชาติก็ขอเกิดภายใต้บวรพระพุทธศาสนา เพราะในอดีตผม มีความเข้าใจผิดหลายอย่างเกี่ยวกับศาสนาพุทธ ผมชอบเรื่อง เข้าทรง ไหว้เทพเจ้า โดยเข้าใจผิดว่า พระพุทธเจ้าก็คือ ปางหนึ่งของพระนารายณ์ ผมนับถือเทพมาเกือบ 10 ปี
อยู่มาวันหนึ่ง เศรษฐีกรุงพาราณสีได้เกิดความคิดอย่างนี้ขึ้น ด้วยความรักและความคุ้นเคยในพระโพธิสัตว์ว่า "ชื่อว่าการบวชเป็นทุกข์ เรายังปริพาชกชื่อว่า วัจฉนขะ ผู้เป็นสหายของเราให้สึก แล้วแบ่งสมบัติทั้งหมดให้แก่ปริพาชกไปครึ่งหนึ่ง เราทั้งสองก็จักอยู่ด้วยความปรองดองกัน"
เรื่องราวของนักรบแห่งกองทัพธรรม...เส้นทางการสร้างบารมีของท่าน...และเรื่องที่เป็นอุทาหรณ์เตือนใจ...ในช่วงที่ท่านบวชในพรรษาแรกๆ ด้วยความศรัทธาในวิชชาธรรมกาย ทำให้ท่านถูกอดีตสามเณรรูปหนึ่ง หลอกว่า ได้รู้ได้เห็นธรรมะละเอียด ทำให้ท่านถูกลวงไปอยู่นอกวัด...เราจะรู้ได้โดยหยาบๆที่เห็นได้ด้วยตามนุษย์อย่างไรว่า คนที่อ้างตัวว่าเห็นธรรมะละเอียดนั้น เขารู้เห็นตรงไปตามความเป็นจริงหรือไม่...ที่นี่...มีคำตอบ
ตลอดเวลา 7 เดือนหลังแต่งงาน แม่ไม่ยอมให้พ่อแตะเนื้อต้องตัวเลย พ่อไม่ทราบจะทำอย่างไร เลยย้ายบ้านไปอยู่ใกล้ๆบ้านลุง(พี่ชายของพ่อ) ซึ่งมีย่าอยู่ด้วย ต่อมาแม่ได้เห็นว่า ย่า ลุงและคนในครอบครัวล้วนแต่นิสัยดี แม่ก็เลยยอมมีความสัมพันธ์กับพ่อ แต่ก็เป็นบางครั้งเท่านั้น ส่วนใหญ่จะแยกกันนอน