วันปีใหม่ในสายตา ของนักปฏิบัติธรรมจะมองว่า อายุของเราเพิ่มขึ้นอีก ๑ ปี ความชรานำเราใกล้เข้าไปสู่ความตายเร็วขึ้น วันคืนล่วงไปๆ บัดนี้เราทำอะไรอยู่ บารมี อะไรที่ยังพร่องอยู่ก็จะเร่งสร้างให้เต็มที่ บุญชนิดไหนที่ทำมาเป็นประจำจะขวนขวายให้ยิ่งๆ ขึ้นไป เราจะไม่ประมาทในวัยและชีวิต หรือสิ่งใดที่เคยประพฤติผิดพลาดพลั้งไปในปีเก่าที่ผ่านมา ก็จะปรับ ปรุงแก้ไขตนเองให้ดีขึ้น เพื่อก้าวสู่ชีวิตใหม่ในศักราชใหม่ ให้เป็นศักราชชัยแห่งคุณงามความดี เป็น อารยชนผู้ทำตนให้บริสุทธิ์ผุดผ่อง แก่บุญแก่บารมียิ่งๆ ขึ้นไป
สุขในโลกนี้และโลกหน้าจะมีแก่คนทำบุญไว้เท่านั้น ผู้มีความประสงค์อยู่ร่วมกับทวยเทพทั้งหลาย ควรกระทำกุศลกรรมให้มากไว้ เพราะผู้ที่มีบุญอันทำไว้ดีแล้ว ย่อมพรั่งพร้อมด้วยโภคสมบัติ และย่อมบันเทิงในสุคติโลกสวรรค์
พระศาสดาได้เสด็จไปที่มณฑปนั้น ประทับนั่งบนอาสนะที่ปูลาดไว้ดีแล้ว กุลธิดาได้ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้า อังคาสด้วยของเคี้ยวของบริโภคอย่างประณีต พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงอนุโมทนาแก่เธอ
เราได้ให้คนไปบอกกับนายช่างไม้ ให้ทรัพย์แล้ว จ้างให้ทำศาลาโรงฉัน ด้วยบุญนั้นเราอยู่ในเทวโลกตลอด ๘ กัปโดย ในกัปที่เหลือเราท่องเที่ยวไปในสุคติภูมิ ความบริบูรณ์ในโภคทรัพย์สมบัติย่อมเกิดกับเรา ยาพิษย่อมไม่กลํ้ากรายในกายเรา และศาสตราไม่กระทบกายเรา เราไม่เคยตายในน้ำ นี้เป็นผลแห่งการสร้างศาลาโรงฉัน
การบวช สามารถเปลี่ยนอดีตคนเกเร คนไม่ดี ให้กลับมาเป็นคนดี มีชีวิตใหม่ บวชอย่างน้อย 1 พรรษา ให้อะไรมากกว่าที่คิด
ฉับพลันทันใดกินนรีก็คิดว่า ไทยธรรมที่ควรถวายในมือของเราก็ไม่มี หากเราจะไม่สั่งสมบุญอะไรเลย ก็จะทำให้เราคลาดจากบุญนี้ไป เราจะทำอย่างไรดีหนอ เมื่อคิดอย่างนี้กินนรีผู้มีบุญก็มองไปรอบๆ อาณาบริเวณ ขณะที่ในใจของนางนั้นเต็มเปี่ยมด้วยความปีติอันไม่มีประมาณ ก็มองไปเห็นดอกไม้ชนิดหนึ่ง ออกดอกงามสะพรั่งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำก็ดำริว่า แม้ในมือของเราไม่มีไทยธรรม เราก็จะเอาดอกอ้อนี่แหละบูชาสมณะรูปนี้
เราถวายอภิวาทพระสัมพุทธเจ้า นิมนต์พระองค์ผู้เป็นมหามุนีให้เสวยภัตตาหาร พระมุนีผู้ประกอบด้วยมหากรุณาในโลก ทรงอนุโมทนาแก่เราในกาลนั้น เรายังจิตให้เลื่อมใสในพระพุทธเจ้า ผู้ทรงพระมหากรุณาพระองค์นั้น ทำความแช่มชื่นเบิกบานแล้ว ได้บันเทิงอยู่ในสวรรค์ตลอดหนึ่งกัป ในกัปที่ ๙๔ แต่กัปนี้ เราได้ถวายทานใดในเวลานั้น ด้วยผลแห่งทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายภัตตาหาร
มนุษย์เกิดมาพร้อมกับความแตกต่างของแต่ละบุคคล แม้เราจะมีอวัยวะที่เป็นคนเหมือนกัน แต่มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ไม่เหมือนกัน ความแตกต่างเหล่านี้ หากให้เราคิดหาคำตอบด้วยตนเอง ก็คงจะกะโหลกบานสติเฟื่องเป็นแน่ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงให้คำตอบเหล่านี้ไว้แล้วใน จูฬกัมมวิภังคสูตร
อุบาสิกาแก้วศิกิต อุดมคุณากร
ตลอดเวลาที่ผ่านมา ลูกเณรมีความสุขมากครับ และรู้สึกว่า ชีวิตมีคุณค่ามากยิ่งขึ้น เสมือนหนึ่งดินโคลน ที่เขาเอามาทุบ มาปั้น จนกลายเป็นภาชนะที่มีคุณค่า หรือเปรียบเสมือนบุคคล ผู้เปรอะเปื้อนไปด้วยโคลนตม เดินทางมาได้พบสระอโนดาตที่ใสสะอาด ได้ลงชำระล้างและดื่มกิน