ลูกได้ทำหน้าที่กัลยาณมิตรให้กับเพื่อนๆ อีกหลายคน โดยชวนมานั่งสมาธิและชวนสร้างองค์พระ กิจกรรมประจำของลูกตอนนี้ก็คือ พกโน๊ตบุ๊คไปเปิดธรรมะของคุณครูไม่ใหญ่ให้เพื่อนๆ ได้ฟัง เพราะลูกฟัง DMC ผ่านอินเตอร์เน็ตค่ะ เวลาทำหน้าที่มีหลายคนถามว่า ทำไมลูกมีคำพูดที่ดี เลือกคำพูดอย่างไพเราะและเหมาะสมกับทุกคน ลูกก็ตอบไม่ถูกเหมือนกันว่า พูดมาได้อย่างไร รู้แต่ว่าคำพูดมาจากองค์พระกลางกาย และตอนนี้ศูนย์กลางกายลูกมีองค์พระที่ชัด ใส สว่าง อยู่ตลอดเวลา ลูกมีความสุขมากๆ ค่ะ
ดิฉันเก็บอารมณ์ และความชอกช้ำไว้กับตัวเอง ต่อมา มันก็หนักขึ้นๆ จนท่วมท้นหัวใจ ดิฉันโกรธ หดหู่ เหงา มากขึ้น และยอมจำนนให้ชีวิตอยู่กับการดื่ม การไม่รับประทานอาหาร และการทรมานตัวเองในรูปแบบต่างๆ ดิฉันฉุนเฉียวง่ายและว้าวุ่นใจอยู่เสมอๆ และรู้ว่าไม่มีทางที่จะรู้สึกดีขึ้น เพราะดิฉันอยู่กับอารมณ์ดังกล่าว ดิฉันแพ้ตัวเองอย่างแท้จริง
พระอาจารย์สอนให้นึกองค์พระที่เราชอบ ลูกก็นึกได้ แต่ลงหลักปักใจไม่ได้ว่าจะเอาองค์ไหนดี เพราะชอบหลายองค์ ไม่รู้ว่าเอาองค์ไหนไว้ ถ้าให้นึกถึงดวงแก้วก็นึกไม่ได้อีก เพราะรู้สึกว่าดวงแก้วหนักๆจะมาอยู่ในท้องได้อย่างไร ลูกจึงตัดสินใจที่จะเดินทางกลับกรุงเทพฯ แต่ก็มาสะดุดกับคำจารึกบนแผ่นศิลาหน้าอาคารนั่งสมาธิว่า “ให้หยุดนิ่งเฉยๆ ได้ไม๊” เขียนย้ำถึงสามครั้ง
เมื่อหนูได้รับความสุขภายในจากการปฏิบัติธรรม หลังจากจบโครงการแล้ว หนูก็กลับไปนั่งสมาธิต่อทุกวัน จนกลายเป็นนิสัย ถ้าวันไหนไม่ได้นั่ง จะรู้สึกแปลกๆ ผลจากการนั่งสมาธิทุกวันทำให้หนูรู้สึกว่า ตัวเราเบาๆ เย็นๆ มีความสุข รู้สึกสงบผ่อนคลายในทุกๆอิริยาบถ การเรียนก็ดีขึ้น ความคิด คำพูด การกระทำก็เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น
“สิ่งหนึ่งที่จะช่วยเราได้ในยามคับขัน ก็คือบุญของน้องเณรทุกรูป ให้น้องเณรทุกรูปเข้าศูนย์กลางกาย กลั่นใจให้ใส ให้ตัวเราเหมือนภูเขาที่ไม่หวั่นไหวต่อภัยพิบัติ ทำเหมือนมหาปูชนียาจารย์ของเรา อธิษฐานให้พายุฝนหยุดตก และให้ผู้ปกครองทุกคนกลับบ้านโดยปลอดภัย”
ผมคิดว่า สิ่งที่วัดพระธรรมกายกำลังทำอยู่นี้ ยิ่งใหญ่มาก และเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง กระบวนทัศน์ทางความคิดของผู้คนที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ผู้คนเริ่มตระหนักถึงความสำคัญของการรู้จักตัวเอง การแสวงหาวิธีการดำเนินชีวิตในรูปแบบใหม่ๆ การอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ซึ่งผู้นำทางศาสนาและจิตวิญญาณอย่างพระเดชพระคุณหลวงพ่อทั้งสอง จะมีส่วนสำคัญยิ่ง ในการช่วยพวกเขาเหล่านั้นให้รู้จักวิธีการค้นหาตัวเอง และทำให้เขาได้เข้าใจความจริงของชีวิต
ตอนเช้าลูกจะตื่น ตีสี่ครึ่ง นั่งจนตะวันขึ้น และระหว่างวันก็จะทำการบ้าน 10ข้อ พอตกเย็นหลังจากฟังรายการโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยาจบ ก็จะนั่งตามเสียงนำนั่งของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ แล้วก็นั่งต่อเองอีกหน่อยจนกระทั่งหลับในอู่ทะเลบุญค่ะ
ใจของลูกเหมือนแช่อิ่มอยู่ในแหล่งแห่งความสุข มีความรู้สึกอบอุ่นใจ อยากให้ทุกคนได้เข้าถึงความสุขตรงนี้บ้าง ก่อนหน้านี้ว่ามีความสุขแล้ว แต่ตอนนี้กลับมีความสุขยิ่งกว่า เป็นความสุขที่ประณีตมาก มันฉ่ำๆออกมาจากข้างใน ถ้าจะเปรียบเทียบกับของที่เราเคยเจอ ที่ว่าประณีตแล้วไม่สามารถจะเทียบเท่ากับประสบการณ์ภายในนี้ได้เลย