ขอเชิญทุกท่านร่วมสร้างปัญญาบารมี ด้วยการเป็นเจ้าภาพจัดพิมพ์หนังสือ "สวดมนต์ ฉบับวัดพระธรรมกาย" เพื่อเป็นธรรมบรรณาการ เนื่องในวันมาฆบูชา ปี พ.ศ. 2565 หมดเขตส่งรายชื่อจารึก 31 มกราคม พ.ศ. 2565
พระเจ้าวิเทหราชนั้น ทรงปีติปราโมทย์อย่างยิ่ง เกิดความเลื่อมใสในมโหสถบัณฑิตเกินประมาณ จึงได้พระราชทานตำแหน่งเสนาบดีให้แก่มโหสถบัณฑิต จำเดิมแต่นั้นมา มโหสถบัณฑิตก็ปรากฏเกียรติยศยิ่งใหญ่ รุ่งเรืองด้วยทรัพย์และบริวารยิ่งขึ้นไปอีก ส่วนอาจารย์ทั้ง ๔ นั้น ครั้นเห็นว่า สิ่งที่ตนทำลงไปนั้นกลับกลายเป็นตรงกันข้าม
วัดภาวนานางาโน่ ประเทศญี่ปุ่น ได้จัดงานบุญวันอาทิตย์ และพิธีถวายกองบุญปัญญาบารมี
มโหสถอธิบายหลักของการคบมิตรอย่างชัดแจ้ง หวังจะให้เป็นประโยชน์แก่อาจารย์ทั้ง ๔ โดยปราศจากความระแวงว่าตนกำลังถูกอาจารย์เสนกะต้อนให้ตกหลุมพราง
มโหสถบัณฑิตถูกท้าวเธอตรัสถามความ เห็นเช่นนั้น ก็มิได้คิดว่าคำถามตื้นๆเพียงเท่านี้ ยังจะมีเล่ห์กลใดๆซุกซ่อนอยู่เบื้องหลัง ด้วยความจงรักภักดีที่มีต่อเจ้าเหนือหัวอย่างบริสุทธิ์ใจ มโหสถจึงมุ่งแต่จะแสดงข้อคิดที่กอปรด้วยประโยชน์ให้ทรงทราบ จึงถือโอกาสนั้นกราบบังคมทูลว่า
ท้าวเธอทรงผินพระพักตร์ไปทางเหล่าราชบุรุษ ตรัสพลางแย้มพระสรวลว่า “เออ....พวกเจ้าจงดูนี่สิ แม้แต่สัตว์เดรัจฉานมันก็ยังรู้จักทำความเคารพ ช่างน่าเอ็นดูเสียจริง แล้วพวกเจ้าล่ะ จะสู้มันได้รึ” พวกราชบุรุษได้ฟังเช่นนั้น ก็หันมามองหน้ากันเลิกลั่ก
รวมหนังสือธรรมะสำหรับจัดพิมพ์เพื่อมอบเป็นธรรมบรรณาการได้ตลอดทั้งปี หนังสือธรรมะ สมาธิ กฎแห่งกรรม ทั้งภาษาไทย ภาษาจีน อังกฤษ เยอรมัน ร่วมเป็นเจ้าภาพเพื่อสร้างปัญญาบารมีและมอบเป็นธรรมทานให้กับผู้อื่นได้แล้วที่นี่...
พระมารดาจึงได้ส่งขนมและน้ำอ้อยให้แก่พระกุมารเสวย ขณะนั้นหมู่แมลงวันได้กลิ่นน้ำอ้อย ก็พากันบินมาตอมพระกุมาร จุลนีราชกุมารทรงดำริว่า “เราจักเคี้ยวกินขนมนี้โดยไม่ให้มีแมลงวัน” ครั้นแล้วจึงทรงเลี่ยงไปหน่อยหนึ่ง แล้วหยดน้ำอ้อยลงสู่พื้น พร้อมกับค่อยๆไล่แมลงที่ห้อมล้อมพระองค์อยู่ แมลงวันเหล่านั้นแทนที่จะรุมตอมพระกุมาร ก็พากันไปรุมตอมน้ำอ้อยที่พื้นแทน
ในพระนครปัญจาละนั่นเอง มีนักบวชหญิงคนหนึ่งเป็นบัณฑิต ฉลาดในอรรถและธรรม นามว่า พระแม่เภรี ซึ่งเป็นที่โปรดปรานของพระเจ้าจุลนีในฐานะนักบวชประจำราชสกุล อยู่มาวันหนึ่ง พระแม่เภรีเข้ามาฉันในวังตามปกติ ครั้นเสร็จภัตกิจแล้ว ก็เดินออกจากวังด้วยท่วงทีสำรวม เป็นเวลาพอดีกับที่มโหสถกำลังจะขึ้นเฝ้าพระเจ้าจุลนี
ภายหลังจากถวายราชสมบัติแด่องค์รัชทายาทแล้ว มโหสถก็หวนรำลึกถึงคำปฏิญญาของตนที่ได้ถวายไว้แด่พระเจ้าจุลนีว่า “เมื่อใดพระเจ้าวิเทหราชเสด็จสวรรคต และหากว่าตนยังมีชีวิตอยู่ เมื่อนั้นแหละ ตนถึงจะมีโอกาสได้รับใช้พระเจ้าจุลนี”