ครั้นรัตติกาลใกล้รุ่ง ขณะที่พระเจ้าวิเทหราชกำลังทรงพระบรรทมภายในห้องพระบรรทม เทวดาตนนั้นจึงแสดงกายให้ปรากฏ แหวกกำพูฉัตรออกมาต่อเบื้องพระพักตร์ของพระเจ้าวิเทหราช ออกมายืนอยู่ในอากาศให้พระเจ้าวิเทหราชได้ทอดพระเนตร พร้อมกับแผ่รัศมีกายให้สว่างไสวสาดกระทบไปทั้งห้องบรรทมของท้าวเธอ
เรื่องของคนสู้ชีวิต...เธอเกิดมาในครอบครัวชาวจีน เป็นลูกสาวคนโต ต้องช่วยทำงานบ้านตั้งแต่เด็กๆ ไม่มีโอกาสได้เรียนหนังสือ ตามความเชื่อของชาวจีนที่ว่า ลูกสาวจะต้องคอยช่วยพ่อ-แม่ทำงาน พอโตขึ้นก็ถูกบังคับให้แต่งงานแบบคลุมถุงชน...เธอและสามีต้องอดทนต่อสู้ชีวิต โดยไม่เคยยอมแพ้ต่อโชคชะตา...มาร่วมกันศึกษาชีวิตของเธอในแบบของโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา
มโหสถจึงได้ตกลงกับบิดาว่า “ขอให้ท่านพ่อพร้อมด้วยอนุเศรษฐีพันหนึ่งเป็นบริวาร จงเดินทางล่วงหน้าไปเฝ้าเจ้าเหนือหัวก่อน ..แต่ว่าเมื่อไปก็อย่าได้ไป มือเปล่า จงเอาผอบไม้จันทน์เต็มด้วยเนยใสติดมือไปถวายด้วย เมื่อพระราชาตรัสปฏิสันถารกับพ่อแล้ว ก็จักตรัสเรียกให้นั่ง ท่านพ่อก็จงหาที่นั่งอันสมควรเถิด
ส่วนพระมหาชนกนั้น เมื่อทรงพ้นจากรัศมีการดึงดูดของน้ำและสัตว์ร้ายได้แล้ว ก็ทรงแหวกว่ายลอยคอเหมือนกับท่อนกล้วย ที่ล่องลอยอยู่ในคลื่นมหาสมุทร ท่านได้เพียรว่ายเพื่อจะข้ามข้ามมหาสมุทรด้วยกำลังแขนอยู่ถึง ๗ วัน