ในทุกๆย่างก้าว ทุกๆกิโลเมตร ของพุทธบุตรเนื้อนาบุญ ทั้ง 1,127 รูป เป็นทุกย่างก้าวที่ทรงคุณค่า เป็นภาพที่มองผ่านดวงตา ทะลุลงไปประทับอยู่ในดวงใจทุกดวง ทำให้ดวงใจของญาติโยม ชุ่มชื่น ชุ่มฉ่ำ เกิดปีติสุขถ้วนหน้า
พิธีบูชาพระเดชพระคุณพระมงคล เทพมุณี
จากสถานที่เล่นปาจิงโกะ...ได้กลายมาเป็นศาสนสถาน วัดพระธรรมกายฮิบาราขิ
ตายแล้วไปไหน...คำถามที่ใครๆก็อยากรู้
แม่อุ๊ยบอกอีกว่า เมื่อก่อนไม่ค่อยได้เจอพระ ไม่ค่อยได้ทำบุญ พอมีโครงการบวชแสนรูป แม่อุ๊ยดีใจมาก ได้เห็นพระเยอะๆตั้งร้อยกว่ารูป มีลูกมีหลานของแม่อุ๊ยไปบวชอยู่ก็ตั้งสิบกว่าคน ทำให้แม่อุ๊ยปลื้มมากๆ อยากมาวัดมาเอาบุญทุกวันเลย
ภาพบรรยากาศงานบวชครั้งประวัติศาสตร์โลก วันเสาร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2553 ยังคงเป็นความปลื้มปีติที่ไม่เคยจางหายไปจากใจของพุทธบริษัทสี่ทั่วผืนแผ่นดินไทย ที่ผนึกกำลังร่วมด้วยช่วยกันให้งานครั้งนี้สำเร็จลงได้อย่างงดงาม
ครั้นเวลาเช้า พระภิกษุสงฆ์มีพระเถระทั้งสองเป็นประมุข ได้ออกบิณฑบาตไปตามถนน แล้วมาพักฉันภัตตาหารที่บ้านของนางนันทมารดาซึ่งได้จัดเตรียมไว้เป็นอย่างดี เมื่ออังคาสภิกษุสงฆ์ให้อิ่มหนำสำราญแล้ว นางก็เข้าไปนั่งสนทนา เล่าเรื่องที่ได้สนทนากับท้าวเวสสวัณเมื่อรุ่งอรุณให้พระเถระทั้งสองฟัง
ประชาชนในเขตพื้นที่เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร และพื้นที่ใกล้เคียง ร่วมพิธีตักบาตรพระ 200 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และถวายเป็นพุทธบูชา
สำหรับจังหวัดใดที่ไม่เคยจัดตักบาตรพระภิกษุจำนวนเรือนหมื่น ทางทีมงานก็ฝากมาเป็นภาษาคำเมืองว่า “สบาย สบาย...บ่ตุ๊ก (ไม่ทุกข์) บ่ยาก (ไม่ยาก)” และชาวลำพูนก็จะจัดงานตักบาตรต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะครบ 500,000องค์
ถึงแม้ว่าจะมีคนมาร่วมงานเป็นหมื่นๆคนก็ตาม แต่ถนนสายบุญนี้ เงียบกริบ ไม่มีการคุยกันเลย ทุกคนล้วนทำตามทุกกิจกรรม ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม และเมื่อเพลงชีวิตสมณะดังขึ้น น้ำตาที่ไม่ได้รับเชิญก็หลั่งไหลออกมาด้วยความปลื้มปีติ งานนี้ไม่ต้องอายกันเลย เพราะว่าหันไปทางไหน ก็ล้วนแต่เห็นผู้คนจำนวนมากมีน้ำตาแห่งความปีติ อาบแก้มกันทุกคน