พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสกับสุภมาณพ โตเทยยบุตรว่า ดูก่อนมาณพ สัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นของตน เป็นทายาทแห่งกรรม มีกรรมเป็นกำเนิด มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย กรรมย่อมจำแนกสัตว์ให้เลวและประณีตได้.
ยัญทั้งหลายมีการบูชาไฟเป็นประมุขคัมภีร์สาวิตศาสตร์ เป็นประมุขแห่งคัมภีร์ฉันทฺ์พระราชาเป็นประมุขของมนุษย์ทั้งหลายสาครเป็นประมุขของแม่น้ำทั้งหลาย
ผู้ใดฆ่าสัตว์เจาะจงตถาคต หรือสาวกตถาคต ผู้นั้นย่อมประสบบาปมิใช่บุญเป็นอันมาก ด้วยเหตุ 5 ประการ คือ.....
นอกจากโยมพ่อของลูกจะมีวิบากกรรมปาณาติบาต ที่ตัวท่านได้เคยฆ่าสัตว์เพื่อนำไปขายและนำมาทำเป็นอาหารอยู่เป็นประจำในหลายภพชาติหลายชาติก่อนๆ นู้นแล้ว ตัวท่านก็ยังมีวิบากกรรมตระหนี่และเหนียวหนี้อีกวิบากกรรมหนึ่ง ที่ได้ช่องตามมาส่งผลร่วมกันในภพชาติปัจจุบันนี้ด้วย
ในความยาวนานเป็นอสงไขยแห่งห้วงอนันตจักรวาลนี้ ทุกชีวิตล้วนเคยเกิดและตายมานับครั้งไม่ถ้วนจนกระดูกของคนนับได้ว่ากองเท่าภูเขาและสูงใหญ่ได้เท่ากับผู้อยู่ใกล้ตัวที่ต้องร่วมกรรมต้องกันมาทุกชาติทุกชีวิต มีความเป็นไปเช่นนี้เหมือนกันหมด
ต่อจากตอนที่แล้ว.....หลังจากที่ท่านเทพบุตรใหม่ ได้เดินทางกลับไปที่วิมานบนสวรรค์ชั้นดุสิตแล้ว ท่านเทพบุตรใหม่ก็ได้ฝากสารแห่งความรักและปรารถนาดี มาถึงตัวลูกและลูกๆ ทุกคนในทำนองที่ว่า...
กรรมของคนชอบชนไก่ เมื่อถึงคราวตายจะมีการแปลกๆ เวลากลืนอาหาร จะมีเสียงอ็อกๆ เหมือนไก่ชนที่เคยเลี้ยง นี่แหละ..กฎแห่งกรรม ที่ทุกคนหนีไม่พ้น
ปัจจุบันปัญหาเด็กกำพร้ามีมากขึ้น คนชราถูกทอดทิ้งก็มีจำนวนไม่น้อย และมีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้น ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมามากมาย และอะไรคือสาเหตุสำคัญของปัญหาเหล่านี้
ตถาคตย่อมกล่าว ย่อมแสดงซึ่งสิ่งใดในระหว่างนี้ สิ่งนั้นทั้งหมดย่อมเป็นอย่างนั้นทีเดียว ย่อมไม่เป็นอย่างอื่น เพราะฉะนั้นชาวโลกจึงเรียกว่า ตถาคต
วิบากกรรมที่ทำให้ต้องมาเสียชีวิตด้วยโรคหอบหืดในวัย 53 ปีนั้น ทั้งนี้ก็เป็นเพราะวิบากกรรมปาณาติบาต