เมื่อวันที่ 22-23 พฤษภาคม พ.ศ.2552_ที่ผ่านมา ณ สภาธรรมกายสากล วัดพระธรรมกาย สถานที่ที่เป็นศูนย์รวมของความสว่างไสวที่เกิดขึ้นจากคุณครูผู้ให้แสงสว่างจากทุกภูมิภาค ทั่วผืนแผ่นดินไทย มารวมตัวกันกว่า 10,000คน
การบวชพระ คือ คำตอบที่ถูกต้องที่สุด แต่กว่าผมจะได้ใช้ชีวิตอย่างมีแก่นสาร ก็ได้สร้างรอยแผลอันเหอะหวะไว้ในหัวใจอย่างมหาศาล และเรื่องราวบาดแผลในใจที่ผมจะเล่าต่อไปนี้ น่าจะเป็นเครื่องเตือนใจ ไม่ให้เกิดแผลใดๆ กับลูกผู้ชายคนอื่นๆ ต่อไปได้บ้าง จึงขออนุญาตนำมาเล่าครับ
ถึงแม้ว่าในขณะนี้ ระดับน้ำจะลดลงบ้างแล้ว แต่ชาวบ้านก็ยังคงได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่องปากท้อง ที่ทำกิน และที่อยู่อาศัย แต่ด้วยความเมตตาของคุณครูไม่ใหญ่ (พระเดชพระคุณพระราชภาวนาวิสุทธิ์) ได้มอบหมายให้ตัวแทนวัดพระธรรมกายและมูลนิธิธรรมกาย คือ พระสมุห์มงคล สุมงฺคโล เจ้าอาวาสวัดทวีพูลรังสรรค์ พร้อมด้วยกัลยาณมิตรในจังหวัดนครนายก นำเครื่องอุปโภคบริโภคที่ได้จากโครงการตักบาตรพระ 500,000รูป 76จังหวัด ทุกวัดทั่วไทย ไปมอบให้แก่ชาวบ้านผู้ประสบภัยน้ำท่วม ที่อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก
พี่อ้วนบอกว่า “เป็นครั้งแรกเลยที่ได้มาวัด พอไปบอกแม่ แม่ก็อยากมาด้วย แต่ว่ารถมันเต็ม เขาจ้างเรามา ถ้าพาแม่มาด้วยมันก็จะดูน่าเกลียด” พี่อ้วนจึงไม่ได้พาแม่มา ส่วนแม่ก็พูดได้แต่คำว่า “เสียดาย” แต่พี่อ้วนก็คิดว่า “ไม่เป็นไรเดี๋ยวงานกฐินคราวหน้า เขาก็ต้องมาจ้างเราไปวัดอีก เอาไว้ค่อยพาแม่ไปก็ได้”
ก็เป็นอย่างที่เขาว่ากันไว้ว่า “คนระยอง...เอาได้” เพราะผู้นำรถหัวใจทองคำที่นี่ เขาไม่มีรีรอ พอได้ยินพระเดชพระคุณหลวงพ่อประกาศออกอากาศว่า “กฐินปีนี้หลวงปู่เป็นประธานกฐิน” ก็ลุยทำหน้าที่กันทันทีเลย ซึ่งปกติแล้วผู้นำรถหัวใจทองคำจังหวัดระยอง เขาจะจัดรถบัสมาวัดกันทุกๆวันอาทิตย์อยู่แล้ว
ผู้นำรถหัวใจทองคำที่นี่ เขามีจิตใจกว้างใหญ่เหมือนดังทะเล เพราะการทำหน้าที่ของผู้นำรถที่นี่เรียกได้ว่า ถึงไหนถึงกัน ที่ไหนยังไปไม่ถึงก็ไม่มีปล่อยเอาไว้ จะอยู่ลึกอยู่ไกลไม่ใช่อุปสรรค ลุยกันสะบั้นหั่นแหลก ตั้งเป้าเพียงอย่างเดียว คือ ตามลูกหลานของพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯมางานกฐินครั้งนี้ให้ได้ และงานนี้ก็เรียกได้ว่าลุยกันทุกเพศทุกวัย ทั้งคนหนุ่มคนสาว ผู้เฒ่าผู้แก่
ผู้นำรถที่นี่ เขาก็ไม่ธรรมดา เพราะเขาบอกว่า “ที่อื่นแรงคูณสอง แต่ที่โคราชนี่แรงคูณร้อย” และด้วยเป้าหมายสำคัญครั้งนี้ คือ การตามลูกหลานของพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ ผู้มีบุญ มาร่วมงานกฐินหลวงปู่ครั้งนี้ให้ได้ ผู้นำรถโคราชจึงคิดว่า “ความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ ต้องเกิดจากการรวมใจเป็นหนึ่งแบบแรงคูณร้อยเท่านั้น”
ขนาดคุณครูที่ทำงานแบบมีวันหยุดราชการ ยังทำหน้าที่กันแบบไม่มีวันหยุดราชการเลย และการทำหน้าที่ที่จังหวัดบุรีรัมย์ก็ไม่ใช่มีเพียงแต่สาธุชนเท่านั้น เพราะขนาดพระภิกษุ ท่านก็ลงพื้นที่ ลุยทำหน้าที่ด้วยตัวท่านเองเช่นกัน ทั้งชวนคน หารถ บอกบุญ ท่านทำทุกอย่างเหมือนที่ญาติโยมทำ เพื่อเป้าหมายเดียวกัน คือ ตามหมู่คณะมาร่วมงานกฐินหลวงปู่ครั้งนี้
ถึงแม้ว่าวันงาน คนจะมาร่วมงานที่วัดพระธรรมกายเป็นแสนๆคน แต่ชาวกาญจนบุรีที่มาวัดใหม่ๆ หลายต่อหลายคนต่างรู้สึกแปลกใจมากๆว่า “ทำไม คนเป็นแสนๆคนมาอยู่ร่วมกันแล้ว ถึงได้เป็นระเบียบเรียบร้อยขนาดนี้ และยิ่งไปกว่านั้นไม่เคยนึกไม่เคยฝันมาก่อนว่า เมื่อมาอยู่ร่วมกันเป็นแสนๆคน จะรู้สึกสบายอกสบายใจ เย็นกายเย็นใจ อากาศรอบๆตัวเป็นอากาศที่สบายๆมากๆ น่าอัศจรรย์จริงๆ”
เราทำหน้าที่ก็เหมือนกับเราเป็นต้นบุญให้กับคนอื่นๆ เขาทำบุญอะไรเราก็ได้กับเขาด้วย เพราะฉะนั้นบุญที่เกิดจากการทำหน้าที่ผู้นำรถนี้ มันเป็นทวีคูณ แล้วยิ่งเป็นผู้นำรถงานกฐินหลวงปู่ครั้งนี้ บุญที่เกิดจากการทำหน้าที่ก็คงจะเพิ่มขึ้น เข้มข้น ทับทวี แบบแรงโคตรๆคูณสองกันไปเลย