ปลายพุทธกาลวาระหนึ่ง เมื่อภิกษุในธรรมสภาปรารภถึงพระเทวทัตเถระซึ่งถูกทรณีสูบลงไปยังยมโลกเหตุเพราะก่อพุทธประหาร เทวทัตซึ่งนับเป็นพระญาติอันมากด้วยริษยาต่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้นี้ทรยศหักหลังมิตร
ต้องการผู้ชำนาญงานด้านแกะโฟมเป็นรูปต่างๆ เช่น พญานาค, พญายมราช, ยักษ์ เป็นต้น จำนวน 30 ท่าน
บุญอันล้ำเลิศย่อมเจริญแก่ชนทั้งหลาย ผู้เลื่อมใสแล้วในบุคคลผู้เลิศ อายุ วรรณะ ยศ เกียรติ ความสุข และกำลังอันเลิศก็เจริญ ผู้มีปัญญาให้ของอันเลิศ ตั้งมั่นแล้วในธรรมอันเลิศ เป็นภูตหรือเทวดาก็ตาม เป็นมนุษย์ก็ตาม ย่อมเข้าถึงความเป็นเลิศ บันเทิงใจอยู่ นี้เป็นขุมทรัพย์ที่อำนวยสมบัติทุกอย่าง ทั้งแก่เทวดา และมนุษย์ทั้งหลาย
เรื่องมีอยู่ว่า พญาปฐวินทรนาคราช ผู้ได้เสวยสุขอยู่ในนาคพิภพ สมบูรณ์ด้วยสมบัติอันโอฬารล้วนด้วยรัตนชาติ พรั่งพร้อมด้วยเบญจกามคุณทั้งห้า ครั้นได้เสวยสุขสมบัติอันซ้ำซากจำเจอย่างนั้นนานวันเข้า เกิดความเบื่อหน่ายในนาคพิภพ อันเป็นปกติของหมู่สัตว์ที่ต้องเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏ จึงดำริอยู่ในใจว่า"แม้เราจะสมบูรณ์พรั่งพร้อมด้วยรัตนสมบัติมากมาย แต่ก็ไม่ได้ประเสริฐเท่าใด เพราะยังไม่พ้นจากกำเนิดของสัตว์ที่ต้องเลื้อยคลานไปได้"
บั้งไฟพญานาค เรื่องราวอันน่าอัศจรรย์นี้เกิดขึ้นในวันมหาปวารณา ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ หรือตรงกับวันออกพรรษาของประเทศลาว ซึ่งวันออกพรรษาของไทย ถึงก่อนวันออกพรรษาของลาวหนึ่งวัน
งูตัวใหญ่อย่างมหาศาล กำลังว่ายอยู่กลางแม่น้ำ เป็นงูยักษ์ตัวสีดำ มีอาการดำผุด ดำว่าย ขึ้นลง ขึ้นลงๆ ที่แสนจะแช่มช้อย เขาตาค้างไม่เคยเห็นงูอะไรที่ยิ่งใหญ่อย่างนี้มาก่อน มันมีลักษณะที่แตกต่างจากอนาคอนด้าที่เขาเคยรู้จัก
วัดต้นปัน เป็นวัดเก่าแก่ อายุหลายร้อยปี จากการบอกเล่าของ รักษาการณ์เจ้าอาวาส ที่สระน้ำหลังศาลาการเปรียญของวัด มีพญานาค ดูแลรักษาอยู่ ติดตามเรื่องราวบางส่วนของพญานาค เรื่องจริงที่อยู่เหนือจินตนาการของมนุษย์ธรรมดาๆอย่างพวกเรา...
การก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขง มิตรภาพ ไทย-ลาว แห่งที่2 ต้องพบกับอุปสรรค วิศวกร และคนงาน เสียชีวิต...ชวนให้คิดสงสัยว่า เกิดจากการกระทำของพญานาค หรือไม่...