เจ้าหน้าที่ จ. หนองคายกางเต็นท์ไว้บริการนักท่องเที่ยวที่ไม่มีที่พักแห่ไปชมบั้งไฟพญานาคช่วงเทศกาลออกพรรษา
"ตุลาคม" เป็นเดือนที่ริมฝั่งโขงจะคึกคักเป็นพิเศษ กับเหตุการณ์ที่ทุกคนรอคอย ซึ่งมีแค่ครั้งเดียวในรอบปี ที่จะได้สัมผัสกับความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ "บั้งไฟพญานาค" ในวันแรม 15 ค่ำ เดือน 11
นาค หรือ พญานาค เป็นความเชื่อในภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเรียกชื่อต่าง ๆ กัน แต่มีลักษณะร่วมกัน คือ เป็นงูขนาดใหญ่มีหงอน เป็นสัญลักษณ์แห่งความยิ่งใหญ่ ความอุดมสมบูรณ์ ความมีวาสนา อีกทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ของบันไดสู่จักรวาลอีกด้วย
ตระกูลนาคเป็นสัตว์ดุร้ายเจ้าโทสะ ได้รับกระทบกระทั่งแม้เกน้อยก็โกรธอาจเผาผลาญผู้ที่ตนพบเห็นหรือฉกกัดได้ ผู้ที่กลัวงูทั้งหลายจึงหาวิธีป้องกันงูในลักษณะต่างๆ อันนำมาซึ่งความผูกอาฆาตพยาบาทผูกเวรกันต่อไปข้ามชาติ เช่น ตีงูจนหลังหัก หรือตายก็มี
พวกนางนาคเมื่อตั้งครรภ์ในอุตุสมัย ก็จะพากันคิดว่า หากเราจักคลอดในบึงน้อยนี้พวกลูกๆ ของเราจักไม่อาจทนกำลังของกระแสคลื่นและครุฑที่โลดแล่นมาได้ แม่นาคเหล่านั้นจึงพากันดำลงในมหาสมุทรถึงประตูมีปากทางร่วมกัน พากันเข้าไปยังแม่น้ำใหญ่ 5 สาย แล้วไปสู่ป่าหิมวันต์
นาคและครุฑเป็นศัตรูกันอย่างไร อาลัมพายน์คืออะไร หมองูใช้คาถาอะไรปราบงู บั้งไฟพญานาคลิปบั้งไฟพญานาค เปิดใจคนเห็นพญานาค รวมรูปพญานาค เรื่องราวน่าสนใจเกี่ยวพญานาคอยู่ที่นี่ค่ะ . . .
ชาวบ้านบึงกาฬ แห่ดูพญานาคขึ้นมาลอยเหนือน้ำในบึงโขง
ในสมัยหนึ่งครั้งเมื่อพระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตะวันเมืองสาวัตถี ได้เกิดเรื่องราวถกเถียงกันในหมู่สงฆ์ ถึงเรื่องวินัยสงฆ์ของภิกษุผู้เลี้ยงมารดารูปหนึ่ง ภิกษุที่ว่านี้เมื่อออกบวชในพุทธศาสนาก็ไม่สามารถปฏิบัติธรรมอย่างจริงจังได้ เพราะต้องคอยมาปรนนิบัติผู้เป็นมารดาที่อาศัยอยู่ในบ้านตามลำพัง
โอกาสที่หาได้ยากที่สุดในการสร้างบารมีของสรรพสัตว์ทั้งหลาย คือ โอกาสที่ได้อัตภาพเป็นมนุษย์ แม้หมู่สัตว์เหล่าอื่นอีกเป็นจำนวนมาก ล้วน
เปรียบ..เสมือนดวงสุริยาที่ทอแสงให้ความสว่างในชีวิตแก่สรรพสัตว์ทั้งปวงโดยไม่เลือกที่รักผลักที่ชัง พระพุทธองค์เสด็จมาเพื่อประโยชน์สุขของมวล