วันนี้ลอยกระทง บุญนั้นส่งแสนสุขใส พวกเราทั้งชาวไทย ได้กราบไว้แม่คงคา ทุกคนบูชาสินธุ์ ทั่วแผ่นดินรู้คุณค่า ได้อาบดื่มใช้มา เรารู้ค่าทดแทนคุณ
ท่านทั้งหลายจงเห็นการทะเลาะวิวาทโดยความเป็นภัย เห็นความไม่วิวาทโดยความเป็นธรรมอันเกษม จงเป็นผู้พร้อมเพรียงกัน มีความประนีประนอมกันเถิด นี้เป็นพุทธานุสาสนี
เมื่อก่อนเรากำพร้า เลี้ยงชีพโดยความลำบาก เราไม่มีอะไรจะให้ทาน เรือนของเราอยู่ใกล้เรือนของเศรษฐี พวกวนิพกถามถึงเรือนเศรษฐีกะเรา เราได้ชี้ทางบอกเรือนของเศรษฐี ฝ่ามือของเราจึงให้สิ่งที่น่าปราถนา ผลบุญย่อมสำเร็จที่ฝ่ามือของเรา
นรชนเหล่าใดเมื่อยังเป็นมนุษย์อยู่ ถูกเทวทูตตักเตือนแล้วยังประมาทอยู่ นรชนเหล่านั้นจะเข้าถึงหมู่สัตว์อันเลวทราม ย่อมเศร้าโศกสิ้นกาลนาน
สังคมปัจจุบันนี้มีภัยอยู่รอบตัว โดยเฉพาะภัยทางอารมณ์ที่คอยรุมเร้าจิตใจของเราให้เศร้าหมอง เร่าร้อนกระวนกระวาย
“ทำอย่างไรใจจึงจะหยุดนิ่ง?” คำถามนี้คงอยู่ในใจของนักปฎิบัติธรรมทุกคน เพราะเวลาปฏิบัติธรรม ใจของเรามักชอบวิ่งไปในอารมณ์ต่างๆ ที่คุ้นเคย
พระมหากัสสปะเป็นผู้เลิศทางด้านการอยู่ธุดงค์เป็นวัตร ในสมัยพระสมณโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้า
พระศรีอริยเมตไตรย์ทรงสร้างบารมีมายาวนาน รวมระยะเวลา 80 อสงไขยกับอีกแสนมหากัป ในยุคนั้นจึงมีสิ่งอัศจรรย์เกิดขึ้นอย่างมากมาย
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน เป็นผู้บริสุทธิ์ หลุดพ้นแล้วจากกิเลสอาสวะ กิจที่จะต้องทำยิ่งกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว เราก็เช่นเดียวกัน ควร
นักปราชญ์เหล่าใดมีศีลบริสุทธิ์ มีปัญญาหมดจดดี มีจิตตั้งมั่น ประกอบความเพียร เจริญวิปัสสนา มีปกติเห็นธรรมพิเศษ รู้แจ้งธรรมอันประกอบด้วยมรรค และโพชฌงค์ เจริญสุญญตวิโมกข์ อนิมิตตวิโมกข์ และอัปปณิหิตวิโมกข์ ไม่บรรลุความเป็นพระสาวกในศาสนาของพระชินเจ้า นักปราชญ์เหล่านั้น ย่อมเป็นพระสยัมภูปัจเจกชินเจ้า มีธรรมใหญ่ มีธรรมกายมาก มีจิตเป็นอิสระ ข้ามห้วงทุกข์ทั้งปวงได้ มีใจเบิกบาน มีปกติเห็นประโยชน์อย่างยิ่ง อุปมาดังราชสีห์ อุปมาดังนอแรดฉะนั้น