ย้อนไปในสมัยพุทธกาล ณ พระเชตวันมหาวิหารอันเป็นที่ประทับของพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ยังมีกุลบุตรชาวเมืองสาวัตถีซึ่งเป็นสหายกันประมาณ 30 คน ถือของหอม ดอกไม้และผ้า คิดกันว่าจะเข้าเฝ้าฟังพระธรรมเทศนาของพระศาสดา จึงได้พากันไปยังวิหารเชตวันและได้นั่งพักในโรงนา คมาฬกะ วิสาลมาฬกะ เพื่อรอเข้าเฝ้าพระพุทธองค์
เรียบเรียงจาก : อรรถกถา ขุททกนิกาย เถรคาถา ติกนิบาต : อรรถกถา อังคุตตรนิกาย เอกนิบาต เอตทัคคบาลี
คำถาม : การปกครองคณะสงฆ์หลังสมัยพุทธกาลกับพระธรรมวินัย แตกต่างกันอย่างไรครับ ผมได้พยายามหาข้อแตกต่างแล้ว แต่ก็ยังไม่กระจ่างครับ?
หลวงพ่อเจ้าคะ โยมเป็นแม่ที่โชคดีและมีความสุขที่สุดเพราะปีนี้มีลูกชายบวชให้ถึง 2 คน เมื่อช่วงภาคฤดูร้อนที่ผ่านมา ลูกชายคนเล็ก(น้องต้า) ได้บวชในโครงการสามเณรต้นแบบสู่ AEC ของศูนย์อบรมที่ระยองค่ะ
เขาเป็นคนเรียนดี เรียนเก่ง มักสอบได้ที่หนึ่งเสมอๆ ได้ทุนไปเรียนต่อปริญญาโท ได้ทุนเรียนต่อปริญญาเอกแบบไม่มีข้อผูกมัดให้ต้องมาใช้ทุนคืน แถมยังได้เงินเดือนระหว่างเรียนอีกด้วย...เขาประกอบเหตุมาอย่างไร...ที่นี่มีคำตอบ
ธุดงค์ คืออะไร หลังออกพรรษาก็ถึงคราที่พระภิกษุสงฆ์จะเที่ยวจาริกไปในที่ต่างๆ เพื่อหาสถานที่อันสัปปายะ เพื่อเจริญสมณธรรม รวมทั้งเผยแผ่ธรรม ซึ่งเรามักจะได้ยินว่าออก ‘ธุดงค์’
ชนใดแล มีศรัทธาตั้งมั่น มีฉันทะตั้งมั่นในพระรัตนตรัยโดยส่วนเดียว เลื่อมใสยิ่งแล้ว ไปเพื่อเห็นตถาคตหรือสาวกของตถาคต ภิกษุทั้งหลาย บรรดาการเห็นทั้งหลาย ที่ชนมีศรัทธาตั้งมั่น เลื่อมใสยิ่งแล้ว ไปเพื่อเห็นตถาคตหรือสาวกของตถาคตนั่น ชื่อว่าเป็นศรัทธาที่ยอดเยี่ยม ย่อมเป็นไปเพื่อความบริสุทธิ์แห่งสัตว์ทั้งหลาย
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย รอยเท้าของสัตว์ทั้งหลายที่เที่ยวไปบนปแผ่นดินเหล่าใดเหล่าหนึ่งรอยเท้าเหล่านั้นทั้งหมด ย่อมถึงความรวมลงในรองเท้าเหล่านั้นทั้งหมด ย่อมถึงความรวมลงในรอยเท้าช้าง
ในอดีตกาล เมื่อพระโพธิสัตว์เกิดเป็นชวนหงส์ ซึ่งเป็นหงส์ที่มีความเร็วมาก มีหงส์เก้าหมื่นเป็นบริวาร อาศัยอยู่ ณ ภูเขาจิตตกูฏ ทุกวันจะพาบริวารบินออกหากินเมล็ดข้าวที่เกิดเองตามธรรมชาติ วันหนึ่งลูกหงส์ทอง ๒ ตัว ซึ่งเป็นน้องเล็กของพระมหาสัตว์ ปรึกษากันว่า ทั้งสองจะทดสอบบินแข่งกับพระอาทิตย์ดูว่า ระหว่างดวงอาทิตย์กับหงส์ ใครจะเร็วกว่ากัน จึงได้ขออนุญาตพระมหาสัตว์
ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า ขอจงทรงหยุดพระธรรมเทศนาแต่เพียงเท่านี้เถิด พระธรรมเทศนาทั้งปวงนั้น มีพระนิพพานสิ่งเดียวเป็นที่สุด บัดนี้ ข้าพระบาทจะตัดเศียรเกล้ากับมงกุฏ กระทำสักการบูชาพระธรรมเทศนาของพระองค์ ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงพระนามว่าสิริมาผู้ประเสริฐ ขอพระองค์จงเสด็จสำราญในอมตมหานิพพานไปก่อนเถิด ข้าพระบาทจะตามเสด็จพระองค์ไปในภายหลัง ด้วยเดชะแห่งผลสักการบูชาของข้าพระบาทนี้