เมื่อทรงรู้ว่าพระองค์เสด็จมาเพียงลำพังพระองค์เดียว ก็ทรงพรั่นพรึงพระหฤทัย ทรงชักม้าพระที่นั่งเพื่อจะหยุดรอดูพราหมณ์อนุเกวัฏ แต่ปรากฏว่าม้าพระที่นั่งเกิดบังคับไม่อยู่ ยิ่งรั้งยิ่งดึงก็ยิ่งห้อตะบึงไปท่าเดียว พระองค์จึงต้องทรงปล่อยให้เป็นไปตามยถากรรม
เมื่อลงมือไปได้หน่อยหนึ่ง แต่แล้วก็ไม่อาจปฏิบัติงานต่อไปได้ เนื่องจากไพร่พลที่กระโจนลงไปในคู เพื่อปักเสาในน้ำต้องเสียชีวิตลง บาดเจ็บล้มตายเป็นอันมาก เพราะถูกจระเข้และปลาร้ายรุมกัด ถึงอวัยวะพิกลพิการก็มี
ตรัสดังนี้แล้ว พระองค์ก็ทรงมีพระบรมราชโองการ ประกาศให้เหล่าแม่ทัพนายกองทุกหมู่เหล่า ตลอดจนพลรบทุกหมวดกอง ที่บัดนี้กำลังอยู่ในภาวะระส่ำระสาย ให้ได้รับทราบโดยทั่วกันว่า กองทัพปัญจาลนครจะกลับเข้าประจำที่ดังเดิม และจะเข้าล้อมมิถิลานครไปจนกว่าจะมีคำสั่งต่อไป
มโหสถสั่งการให้ทหารระดมกำลังช่วยกันโกยเลนขึ้นไปถมบนกำแพง แล้วให้หว่านข้าวเปลือกลงในที่นั้น เพียงชั่วข้ามคืนเดียวข้าวเปลือก เหล่านั้นก็งอกงามขึ้น ชูใบเขียวชอุ่มเต็มตลอดแนวสันกำแพงเป็นที่น่าอัศจรรย์ ที่เป็นดังนี้เพราะความปรารถนาของพระโพธิสัตว์ ย่อมสำเร็จได้ด้วยบุญญานุภาพที่สั่งสมมาดีแล้ว
มโหสถบัณฑิตจึงได้เรียกเหล่าทหารผู้เป็นสหายบริวารที่เป็นสหชาติทันที แล้วแจ้งแผนการที่จะทำลายพิธีดื่มชัยบานของพระเจ้าจุลนีว่า “สหาย ทั้งหลาย ที่เราต้องเรียกพวกท่านมาประชุมพร้อมกันในครั้งนี้ ก็เพราะมีภารกิจสำคัญ ที่จะต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจของทุก ๆ คนช่วยกันทำให้สำเร็จ”
มโหสถบัณฑิตก็ยังมิได้นิ่งนอนใจ ดำริอยู่ในใจว่า “ฐานะ ของเราในยามนี้เท่ากับเป็นผู้พิทักษ์พระเศวตฉัตรของพระราชา ฉะนั้นเราจะมัวเมาประมาทอยู่มิได้เลย ควรจะเร่งทำนุบำรุงแว่นแคว้นให้มั่นคงเป็นปึกแผ่น เพื่อให้วิเทหรัฐทวีความยิ่งใหญ่เกรียงไกรอย่างที่ไม่มีแว่นแคว้นใดเสมอ เหมือน”
บัดนี้อาจารย์ทั้ง ๔ ผู้ที่พยายามให้ร้ายป้ายสีคิดทำลายมโหสถ ทำให้ได้รับความลำบากลำบนหลายครั้งหลายครา ซึ่งมโหสถก็ให้อภัยไม่ถือสาหาความเรื่อยมา ในครั้งนี้ หากมโหสถไม่คิดปราณี ก็เห็นทีว่า พวกเขาคงไม่มีชีวีเหลือรอดเป็นแน่
มโหสถอธิบายหลักของการคบมิตรอย่างชัดแจ้ง หวังจะให้เป็นประโยชน์แก่อาจารย์ทั้ง ๔ โดยปราศจากความระแวงว่าตนกำลังถูกอาจารย์เสนกะต้อนให้ตกหลุมพราง
เมื่อกลับมาถึงพระราชวัง มโหสถบัณฑิตยังมิได้เข้าเฝ้าพระเจ้าวิเทหราชในทันที แต่ให้โอกาสมหาอำมาตย์เข้าเฝ้าก่อน เพื่อทูลถวายรายงานให้ท้าวเธอทรงทราบล่วงหน้า ส่วนตนก็ยังคงยืนรออยู่ภายนอกเขตพระราชฐาน
นางอมรา เทวี็ให้บริวารนำตัวอาจารย์ทั้ง ๔ ไปอาบน้ำชำระล้างร่างกายให้หมดจด เอามีดโกนทื่อ ๆ โกนผมและหนวดจนโล้น แล้วขัดตัวด้วยแผ่นอิฐจนเลือดไหลซิบๆ จากนั้นก็ให้เอาแป้งเปียกไล้ทาจนทั่วตัว แล้วโรยนุ่นตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าจนมองดูขาวโพลนไปทั้งตัว