การบรรลุธรรมต้องอาศัยการสั่งสมความ รู้ คู่กับความบริสุทธิ์ ซึ่งเราจะบริสุทธิ์ได้ด้วยใจที่หยุดนิ่ง และลงมือปฏิบัติธรรมอย่างจริงจัง เมื่อปฏิบัติถูกส่วนก็จะเข้าถึงธรรมได้โดยง่าย ดังนั้นการฟังธรรมแม้จะเป็นบทเดิมๆ แต่ธรรมะทุกบทสามารถขัดเกลาจิตใจให้บริสุทธิ์ผ่องใสได้ และจะเป็นพลวปัจจัยส่งเสริมให้ได้บรรลุมรรคผลนิพพาน
มีอยู่ภพชาติหนึ่ง ราหุลสามเณรเคยเกิดเป็นลูกนกแขกเต้า ชื่อ สุวโปดก ได้รับการเลี้ยงดูเป็นอย่างดีจากพระราชา และพระมเหสี คืนวันหนึ่ง อัครมเหสีของพระเจ้าพรหมทัต ทรงเกิดอาการแพ้ท้อง อยากเสวยผลไม้ชื่ออัพภันตระ เหล่าโหราจารย์ได้กราบทูลว่า มะม่วงอัพภันตระ มีอยู่ที่กาญจนบรรพตในป่าหิมพานต์โน่น ผู้ที่เป็นมนุษย์ไม่สามารถจะไปในที่นั้นได้
จากเรื่องนี้ เราจะเห็นได้ว่า แม้เราจะทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์ที่สุด ก็อาจเกิดการเข้าใจผิดกัน ไม่เว้นแม้กระทั่งพระอรหันต์ผู้หมดกิเลสแล้ว ฉะนั้น การเข้าใจผิดจึงเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ง่าย และพร้อมจะเกิดขึ้นเสมอในสังคมโลกปัจจุบัน เรื่องราวที่เกิดขึ้นนี้ พวกเราทุกคนควรนำไปเป็นข้อคิดว่า
การอธิษฐานนี้ เป็นบารมีอย่างหนึ่ง ที่เราต้องทำให้สม่ำเสมอทุกๆ วัน การอธิษฐานที่ถูกวิธี ไม่ใช่ไปอธิษฐานกับภูเขาต้นไม้ ทรงเจ้าเข้าผี หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ แต่ให้ระลึกนึกถึงบุญกุศลความบริสุทธิ์ ที่เราได้สั่งสมมานับภพนับชาติไม่ถ้วน อีกทั้งอานุภาพของพระรัตนตรัยที่ไม่มีประมาณ นึกถึงสิ่งประเสริฐเหล่านี้ แล้วอธิษฐานจิตตั้งความปรารถนาในสิ่งที่ดีงาม เราจะสมปรารถนาในที่สุด
เมื่อลงมือทำบุญแล้วต้องทำ ให้ดีที่สุด ประณีตที่สุด ให้ละเอียดประณีตทั้งของที่ทำถวายและน้อมถวายด้วยใจที่ละเอียดประณีต ทั้งก่อนถวาย ขณะถวายและหลังจากถวายมหาทานไปแล้ว ให้มีใจร่าเริงเบิกบานไม่คิดเสียดาย ประโยชน์ใหญ่ผลานิสงส์อันยิ่งใหญ่จึงบังเกิดขึ้น
เมื่อตกลงใจอย่างนี้ ท่านรีบจัดทำพัดทันที อยากให้สังเกตตรงนี้ให้ดีว่า สำหรับนักสร้างบารมีนั้น เมื่อตัดสินใจจะสร้างบุญใหญ่ ท่านเหล่านั้นจะคิดแสวงหาบุญเอาเอง และตั้งใจทำสิ่งที่ดีที่สุด เพื่อบูชาบุคคลผู้เลิศที่สุด เหมือนกุลบุตรท่านนี้ ได้สร้างพัดขึ้น แต่วัสดุที่ใช้ ไม่ใช่วัสดุธรรมดา เอาของที่มีค่าที่สุดในสมัยนั้นมาทำ ได้แก่ ทอง เงิน แก้วมุกดา และแก้วมณี
พระบรมโพธิสัตว์ได้ดำรงตนเป็นแบบอย่างนักสร้างบารมี ตั้งแต่ประสูติจากพระครรภ์ของพระมารดา ก็แบพระหัตถ์ออก และกล่าวกับพระมารดาว่า"เสด็จแม่ มีสิ่งใดให้ลูกได้ทำทานบ้าง" นี่..พระองค์เกิดมาเพื่อการนี้ เพื่อบ่มบารมีให้แก่รอบ ครั้นพระชนมายุได้เพียง ๘ ชันษา ประทับอยู่บนปราสาทตามลำพัง ทรงคิดที่จะบริจาคทานว่า "เราพึงให้หัวใจ ดวงตา เนื้อ เลือด และร่างกายที่มีอยู่ทั้งหมดนี้ หากใครมาขอเรา ให้เราได้ยิน เราก็จะพึงให้ด้วยความยินดี"
เรื่องราวของนักสร้างบารมีในกาลก่อน...ด้วยผลบุญที่ท่านได้สร้างบารมีไว้ในพระพุทธศาสนา ทำให้ท่านได้เกิดอยู่ในสวรรค์ เวียนเกิดไปตามชั้นต่างๆ ตั้งแต่สวรรค์ชั้นล่างไปถึงชั้นสูงสุด...เรื่องราวเช่นนี้ก็มีอดีตชาติของคนในยุคปัจจุบันนี้เช่นกัน ติดตามได้ที่นี่...
ครั้นแล้ว ท่านอชิตภิกษุก็ได้ลุกขึ้นไปยืนอยู่กลางแจ้ง จากนั้นก็ได้มองขึ้นไปบนอากาศ แล้วกระทำสัตยาธิษฐาน
มีข้อสังเกตเรื่องคำสอนที่ชาวพุทธเถรวาทเราควรตระหนักรู้ก็คือ