นอกจากความอัศจรรย์ในเรื่องของการถวายมหาทาน แด่คณะพระภิกษุสงฆ์กว่าแสนโกฏิรูปแล้ว ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่ชวนให้น่าอัศจรรย์ใจเป็นอย่างมาก
สุรุจิพราหมณ์เมื่อได้ยินเช่นนั้นแล้ว ก็พลันบังเกิดมหาปีติที่ตนเองจะได้สร้างมหาทานบารมีครั้งยิ่งใหญ่
ครั้นได้บุตรทั้งสองของพระบรมโพธิสัตว์มาแล้ว ยักษ์ขรทาฐิกะได้เคี้ยวกินเด็กทั้งสองต่อหน้าพระบรมโพธิสัตว์ผู้เป็นบิดา
พระรัศมีของพระมังคลสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น จะเป็นสีทองและแผ่ออกไปตลอดหมื่นโลกธาตุ
กว่าพระบรมโพธิสัตว์แต่ละพระองค์จะได้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทุกๆพระองค์จะต้องเอาชีวิตเป็นเดิมพันในการสร้างบารมี
และในขณะนั้นเอง สุเมธดาบสโพธิสัตว์ ได้เหาะจากอาศรมผ่านมาทางที่มหาชนกำลังเตรียมงานกันอยู่พอดี
เรื่องราวของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์สุดท้ายของภัทรกัปนี้
พระศรีอริยเมตไตรย์ พระองค์ คือ บุคคลที่จะมาบังเกิดเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ต่อไป และยังถือเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์สุดท้ายของภัทรกัปนี้อีกด้วย
พระบรมศาสดาประทับยืนที่เหนือศีรษะของท่าน ตรัสให้เห็นทุกข์เห็นโทษของสังขารร่างกายนี้ว่า "กายของเธอนี้อยู่อีกไม่นาน เพราะจะปราศจากวิญญาณแล้ว หาอุปการะมิได้ อีกไม่นานต้องนอนบนแผ่นดิน เหมือนท่อนไม้ที่ไม่มีประโยชน์"
พระเถระอธิบายให้ฟังว่า "ขอถวายพระพรมหาบพิตร พระบรมศาสดาตรัสสอนไว้ว่า...มาเถิดภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงตั้งจิตว่า ผู้นี้เป็นมารดา ในหญิงผู้ที่พอเป็นมารดาได้ ส่วนหญิงผู้ที่พอเป็นพี่สาว น้องสาวและลูกสาว พวกเธอจงคิดว่าเป็นพี่สาว เป็นน้องสาวและเป็นลูกสาว...ด้วยวิธีการอย่างนี้แหละ จึงเป็นเหตุให้พระภิกษุหนุ่มทั้งหลาย ประพฤติพรหมจรรย์อันบริสุทธิ์บริบูรณ์อยู่ได้จนตลอดชีวิต"