เกาะติดสถานการณ์ชวนบวชอุบาสิกาแก้วห้าแสนคน
หลวงพ่อครับ กระผมอยากบอกคุณยายว่า “ชีวิตของพระเป็นเพียงเศษซากที่หลงเหลืออยู่ รอดพ้นจากความตาย ความพิกลพิการมาได้หลายครั้ง และสามารถอยู่สร้างบารมีได้จนทุกวันนี้ เพราะคุณยายช่วยต่อชีวิตให้ การสร้างอาคาร ๑๐๐ ปีคุณยายครั้งนี้ พระจะทุ่มเทสุดกำลัง เพื่อตอบแทนพระคุณของคุณยาย
ตอนนี้ ทั่วโลกกำลังรอคอยความหวังจากวัดพระธรรมกาย ในการผลิตบุคลากร คือ พระภิกษุ ออกไปเผยแผ่ในต่างแดน เพื่อแนะนำให้พวกเขาได้รู้ว่า อะไรคือความสุขที่แท้จริง ดังนั้น กระผมจึงขอเชิญชวนญาติโยมผู้มีบุญทุกท่าน มาร่วมกันสถาปนา ศูนย์ฝึกอบรมธรรมทายาทเขาแก้วเสด็จ โดยมีคุณครูไม่ใหญ่เป็นประธาน อย่าพลาดบุญนี้เป็นอันขาด ถ้าพลาดแล้วจะบอกว่า เสียดายจัง
ผมเห็นหลวงพ่อ...ท่านรับแขก โดยช่วงเย็นจะมีญาติโยมไปพบท่าน หลังจากหลวงพ่อ...ท่านทำวัตรแล้ว แต่ละคนไปเล่าให้ฟังว่า เป็นโรคอะไร มีอาการอย่างไร หลวงพ่อก็บอกว่า เขียนมาว่ามีอาการของโรคเป็นอย่างไร ท่านให้เขียนชื่อ นามสกุล ที่อยู่ แล้วไปใส่ตู้ไว้ ตู้อยู่หน้ากุฏิของท่าน ผมและเพื่อนไปช่วยกันเก็บจากตู้ไปใส่ในโถไว้ให้หลวงพ่อ แล้วท่านก็จะนำไปแก้ให้ในโรงงาน
มุสิละกราบทูลว่า ตนมีความสามารถพอๆ กับอาจารย์ จึงไม่ขอรับเงินเดือนที่ต่ำกว่าอาจารย์ ขอให้พระองค์พระราชทานเท่ากับอาจารย์เถิด พระราชาตรัสว่า เจ้าอย่าพูดอย่างนั้น ธรรมดาอาจารย์ต้องได้รับมากกว่าศิษย์ มุสิละก็ ไม่ยอม จากนั้นก็ออกไปประกาศให้มหาชนไปเป็นสักขีพยาน ในการประลองฝีมือการดีดพิณระหว่างตนกับอาจารย์
เมื่อวันเวลาล่วงเลยไปหลายปี จากพราหมณ์หนุ่มก็กลายมาเป็นพราหมณ์แก่ชรา และได้รับทุกขเวทนาแสนสาหัส แต่ยังมีสติอยากจะฟังธรรมิกถาจากพระสารีบุตร จึงสั่งคนรับใช้ให้ไปบอกพระเถระว่า บัดนี้ตนเองป่วยหนัก ได้รับทุกขเวทนาแสนสาหัส ถ้าพระคุณเจ้า สะดวกขอให้มาโปรดด้วยเถิด
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อย่าว่าแต่พระเจ้าสุปปพุทธะ จะขึ้นไปอยู่บนปราสาทชั้น ๗ และมีทหารกำยำล่ำสันเฝ้ารักษาประตูอยู่เช่นนี้เลย แม้จะมีฤทธิ์เหาะไปได้ในอากาศ หรือจะทรงหนีไปทางมหาสมุทร หรือจะทรงหนีเข้าไปในซอกเขา ก็จะต้องถูกแผ่นดินสูบที่เชิงบันไดของปราสาทนั่นแหละ เพราะถ้อยคำของตถาคตไม่เป็นสอง เรากล่าวอย่างไร ย่อมเป็นอย่างนั้น