ต่อมา ได้ฟังเทศน์จาก พระอาจารย์อารักษ์ พูดถึงคุณยายอาจารย์ว่า คุณยายเคยเป็นผู้จัดการบ้าน วันๆกว่าจะได้นั่งสมาธิต้องทำงานบ้านให้เสร็จก่อน เวลานั่งก็ต้องแอบๆนั่ง ส่วนพวกเราแสนจะสบายทุกอย่าง กินนอนนั่งอย่างสบาย ถ้าเข้าไม่ถึงก็ไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไร บทเทศน์นั้นส่งพลังคำพูดมาสู่ใจลูกให้ฮึดสู้ว่า “ครูอย่างยายยังทำได้ ศิษย์อย่างเราก็ต้องทำได้” จึงเพิ่มชั่วโมงหยุดนิ่งใจอย่างเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ
พอวันที่สาม ลูกฝันเห็นหลวงพ่อรูปเดิมนั่งเรือหงส์มาลงหน้าบ้าน แล้วถามว่า “โยมเจอรึยัง ช่องสมาธิของอาตมา” ลูกก็รีบลุกขึ้นมาจูนหาช่องทันที แล้วลูกก็ได้พบกับช่อง DMC ค่ะ และเห็นพระเดชพระคุณหลวงพ่ออยู่หน้าจอ โอ้โฮ...ลูกตื่นเต้นและดีใจมาก เพราะหลวงพ่อในฝันกับพระเดชพระคุณหลวงพ่อที่อยู่ในจอ หน้าตาหล่อเหมือนกันเป๊ะเลยค่ะ ดีใจจนน้ำตาไหลเหมือนได้ขึ้นสวรรค์เลย เพราะว่าลูกมาอยู่ที่นี่คนเดียว
แต่ถ้าห่างออกไปจากใจกลางเมืองเพียงเล็กน้อย เราจะเริ่มเห็นกระโจมเรียงติดๆกันเหมือนหมู่บ้าน แต่ละบ้านมีรั้วแยกจากกัน ในกระโจมจะมีเตาตรงกลาง แล้วใส่มูลวัวเป็นตัวทำความร้อนให้ทั้งกระโจมอุ่น โดยไม่ต้องใช้ฮีทเตอร์ เป็นภูมิปัญญาของชาวมองโกลค่ะ
วันหนึ่งตื่นขึ้นมาลูกก็คิดว่า เอ…นี่เราอยู่ที่ไหน ทำไมชีวิตเราเป็นอย่างนี้ ในเมื่อเราต้องเก็บกระเป๋าตลอดเวลา ต้องใช้ชีวิตตามที่ตารางบินกำหนด ของหรูๆที่มีอยู่ล้วนหมดความหมาย ให้ความสุขเราแค่ชั่วครั้งชั่วคราว ผิดกับเมื่อก่อนที่เคยรู้สึกว่ามันมีความหมายมาก เบื่อมากๆ ที่ต้อง Entertain กับเพื่อนอยู่เรื่อยๆ ไม่อาจหยุดตัวเองให้เลิกชีวิตแบบฟุ่มเฟือยได้ เบื่อไปทุกสิ่งทุกอย่าง
ที่นี่ มีเพื่อนๆชาวไทยอยู่จำนวนมาก แต่ก็แปลก ที่บางคนอยู่มาก็ 20-30 ปี แล้ว แต่ก็ยังไม่ รวยสักที คงเป็นเพราะติดอบายมุข ทั้ง เหล้าและการพนัน แม้บรูไนจะไม่อนุญาต ให้ขายเหล้า-เบียร์ เพราะถือเป็นสิ่งผิด กฎหมาย แต่พวกเราก็อุตส่าห์ข้ามไปซื้อถึง ต่างประเทศ หามาเมากันได้ทุกวัน