ก่อนถึงวันที่เฝ้าฝัน คือ วันได้ออกบวช พวกเรานาคธรรมทายาท นานาชาติ รุ่นที่7 แม้จะมาจากคนละซีกโลก แต่ก็อยู่ด้วยกันประดุจคนในครอบครัว ทุกๆวัน คือ การเรียนรู้สิ่งที่ทรงคุณค่ามากมาย หลายคนอาจสงสัยว่า การรวมตัวกันของพวกเราเกิดขึ้นได้อย่างไร วันนี้ จึงมีตัวแทนสองท่าน มาเปิดเผยความนัยที่ไม่ซ่อนเร้นของการมาบวชครั้งนี้
ผู้ที่จะเป็นผู้ยิ่งใหญ่ได้รับการ ยกย่องนับถือจากผู้อื่นด้วยความจริงใจนั้น จะต้องเป็นผู้มีความอ่อนน้อมถ่อมตน ถ้าขาดคุณธรรมข้อนี้แล้ว แม้จะได้รับยศตำแหน่งก็จะอยู่ได้ไม่นาน เพราะการเป็นคนแข็งกระด้าง อวดดื้อถือดีดูถูกดูหมิ่นคนอื่น เป็นผลเสียอย่างใหญ่หลวง ทั้งต่อตนเองและหมู่คณะ โดยที่บุคคลนั้นก็คาดไม่ถึงว่า จะมีโทษมากถึงเพียงนั้น
ท่านหัตถกะทูลตอบว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ ได้สงเคราะห์เพื่อนๆ และบริวารมากมายด้วยสังคหวัตถุ ๔ คือ ถ้ารู้ว่าผู้นี้ควรสงเคราะห์ด้วยการให้ทาน ข้าพระองค์จะสงเคราะห์ ด้วยการให้ทาน ผู้นี้ควรสงเคราะห์ด้วยวาจาที่อ่อนหวาน ข้าพระองค์จะสงเคราะห์ด้วยวาจาที่อ่อนหวาน ผู้นี้ควรสงเคราะห์ด้วยการประพฤติสิ่งที่เป็นประโยชน์ ข้าพระองค์สงเคราะห์ด้วยการประพฤติสิ่งที่เป็นประโยชน์ ผู้นี้ควรสงเคราะห์ด้วยการวางตัวให้เหมาะสม ข้าพระองค์ก็จะสงเคราะห์ด้วยการวางตัวให้เหมาะสม พระเจ้าข้า
มาตลีเทพสารถีนำทิพยานแล่นผ่านประตูเทพนคร นำพระเจ้าเนมิราชชมความงามไปเรื่อยๆ พร้อมกับพรรณนาความงดงามตระการตาของดาวดึงส์แดนสวรรค์ไปไม่ขาดสาย
มาตลีเทพบุตรพาพระเจ้าเนมิราชชมวิมารของชาวสรรค์ที่ประดับประดาอย่างโอฬาร พรั่งพร้อมทั้งอุทยาน และสระโบกขรณี วิมานทอง ๗ หลัง วิมานแก้วสูง ๒๕ โยชน์ เสาของวิมานหลายร้อยต้นล้วนเป็นแก้ว ๗ ประการ ยอดเสาทุกต้นประดับด้วยกระดิ่งที่ห้อยระย้า มีธงทองธงเงินโบกพลิ้วปลิวไสว
ผมได้เปิดสอนสมาธิ ในทุกวันอาทิตย์ และทุกวันพระจันทร์เต็มดวง ซึ่งมีสาธุชนตั้งแต่เด็กๆ รวมไปถึงผู้ปกครองกว่า 500 คน ผมสอนนั่งสมาธิตามแบบ DMC ที่หลวงพ่อสอน คือให้นำใจมาหยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายฐานที่ 7 ภาวนา “สัมมา อะระหัง” โดยไม่ต้องทำอย่างอื่นเลย ปรากฏว่า มีสาธุชนหลายท่าน ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ได้เห็น crystal ball ที่ใส สว่าง เหมือนกันเลยครับ ทั้งๆที่ไม่รู้มาก่อนเลย และพวกเขาเหล่านั้น ดูมีความสุขมากจากการนั่งสมาธิ