ลูกเณร ชื่อ สามเณร ประสิทธิ์ นามประสพ อายุ 13 ปี จากหมู่กุฏิสามเณรเปรียญธรรม วัดพระธรรมกายครับ การที่ลูกเณรได้เป็นหนึ่งในกองพันอัญเชิญ เป็นความรู้สึกที่วิเศษมาก เหมือนลูกเณรได้เป็นบุคคลพิเศษ ที่ได้ทำในสิ่งที่น่าภาคภูมิใจที่สุดในชีวิตครับ
ถ้าใครเคยทำความดีไว้ มีความประทับใจ ภาคภูมิใจในการทำความดีครั้งนั้นมาก เขาจะผูกพันนึกถึงอยู่ตลอดเวลา คิดทีไรก็ปลอดโปร่งโล่งใจ สบายใจทุกที จนเอาชนะโรคภัยไข้เจ็บได้อย่างอัศจรรย์
Dhammachai Kathina, 2011, at Wat Phra Dhammakaya. Proud beyond land and sea limits
Ocean is where water comes together from all over the places. It must have lower elevation than the source of the water. Likewise, the person who wants to inherit the goodness from others must be humble
ชีวิตของชาวซาไกอย่างพวกผม จึงค่อนข้างลำบากไม่น้อย ที่ต้องปรับตัวให้เข้ากับโลกในยุคโลกาภิวัตน์ในปัจจุบัน แต่สิ่งที่ผมและเฒ่าเสนภาคภูมิใจ และได้ปรับตัวให้เข้ากับโลกได้อย่างทันท่วงที และอินเทรนด์ไม่แพ้ใครๆในโลก ก็คือการได้มาบวชในโครงการบวชพระหนึ่งแสนรูป ทุกหมู่บ้านทั่วไทยนี่แหละครับ
ผมคิดว่าโครงการบวชพระแสนรูป เป็นสิ่งที่น่าทึ่งมาก เสมือนการรวมตัวเพื่อก่อให้เกิดสันติภาพโลก คนไทยทุกคนน่าจะรู้สึกภาคภูมิใจที่สิ่งนี้จะเกิดขึ้นในแผ่นดินของตน พอผมนั่งสมาธิอย่างจริงจังก็พบว่า คนเราแม้จะพูดต่างภาษา ต่างวัฒนธรรม แต่จริงๆแล้วเราไม่ต่างกันเลย ผมจึงรู้สึกภูมิใจและมีเกียรติมากที่จะได้บวชในครั้งประวัติศาสตร์นี้ด้วย
ทีมงานจังหวัดพิษณุโลก ได้ฝากกำลังใจอุ่นๆจากเมืองสองแควมาถึงทีมงานจังหวัดอื่นๆว่า “ยิ่งเวลาเหลือน้อยเท่าไหร่ เรายิ่งต้องเร่งเครื่องให้แรงขึ้นเท่านั้น ลุยทำหน้าที่กันไม่ต้องหวั่นไหว แล้วงานครั้งนี้จะสำเร็จเป็นอัศจรรย์อย่างแน่นอน และเมื่อถึงวันนั้นเราจะภาคภูมิใจว่า เราเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ เพราะฉะนั้นขอให้ทุกจังหวัดสู้...สู้”
กิจกรรมในชมรม V-Star Club ที่ผมภาคภูมิใจมากที่สุด คือ กิจกรรมเก็บเพชรพลอย ซึ่งก็คือ ขยะในโรงเรียน พวกเราจะช่วยกันรณรงค์ให้พี่น้อง V-Star Club และน้องๆทั้งโรงเรียน ช่วยกันเก็บเพชรพลอยในทุกๆที่ที่มีขยะ แล้วนำขยะที่ได้มารีไซเคิล นำไปขาย นำเงินที่ได้มาเป็นกองทุน V-Star ของโรงเรียน
พราหมณ์อนุเกวัฏได้คิดอย่างรอบครอบแล้ว ก็ตอบรับด้วยน้ำเสียงอันหนักแน่นว่า “ท่านบัณฑิต ความภาคภูมิใจอันใดเล่าในชีวิต ที่จะมาเทียบเท่ากับการที่ได้รับใช้ชาติบ้านเมือง และยังมีส่วนได้ช่วยงานท่านบัณฑิตอีก ท่านจะให้ข้าพเจ้าทำอะไร จงบอกมาเถิด หากว่าสิ่งนี้จะเป็นประโยชน์แก่แผ่นดินเกิด ต่อให้ต้องสละชีวิต ข้าพเจ้าก็ยินดี”
ในวันอาทิตย์ต้นเดือน วันที่ 7 กันยายน พ.ศ.2551ที่ผ่านมานั้น จึงเป็นเสมือนวันแห่งความสำเร็จทั้งการศึกษาและการงานของกระผม เมื่อตอนรับปริญญาจากพระเดชพระคุณหลวงพ่อ (คุณครูไม่ใหญ่) กระผมรู้สึกตื่นเต้นปีติจนขนลุกซู่ไปทั้งตัวเลยครับ เป็นเกียรติยศและความภาคภูมิใจสูงสุดของกระผม ซึ่งกระผมจะไม่มีวันลืมวันนี้เลยไปจนตลอดชีวิตครับ