วัดพระธรรมกาย และมูลนิธิธรรมกาย ร่วมแสดงความยินดีกับสถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ และหนังสือพิมพ์ข่าวสด เนื่องในวันครบรอบวันสถาปนา
ณะสงฆ์พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง นำพุทธศาสนิกชนตักบาตรพระภิกษุสงฆ์ 1,250 รูป พร้อมนำข้าวสารอาหารแห้งส่งไปช่วยเหลือคณะสงฆ์ 323 วัด 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ร่วมกับศูนย์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย สนับสนุนการจัดงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาเนื่องในเทศกาลวันวิสาขบูชา
วันนี้ท่านพ่อเมืองสระบุรี นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ มาในชุดขาวๆ พร้อมรอยยิ้มละไม แล้ววันนี้ท่านก็ปลื้มมากค่ะ ท่านบอกว่า “ความปลื้มใจของผม ถ้าจะกล่าวบรรยายเป็นถ้อยคำมันยากมาก แต่ถ้าใครมีโอกาสเหมือนผม หรือเหมือนกับพี่น้องสระบุรี ที่อยู่ตรงนี้ หรือริมถนน ถึงจะเข้าใจความปลื้มนี้ครับ เพราะเสียงสาธุการดังก้อง เกิดมาเป็นชาวพุทธทั้งทีต้องได้เจอแบบนี้ครับ
ทรงยื่นคำขาดว่า “น้องหญิงสีวลีผู้เจริญ หญ้ามุงกระต่าย ซึ่งเราถอนขึ้นแล้วนี้ ไม่อาจสืบต่อกันได้อีก ฉันใด การอยู่ร่วมกันระหว่างเธอกับฉัน ก็ไม่อาจสืบต่อได้อีก ฉันนั้น เพราะฉะนั้น เธอจงอยู่ผู้เดียว ฉันก็จะอยู่ผู้เดียวเหมือนกัน”
กุมาริกาได้กล่าวเตือนพระสติพระมหาสัตว์ต่อไปว่า “ธรรมดาสมณะทั้งหลาย ย่อมไม่พาสตรีเที่ยวไป แต่ทำไมท่านจึงพาภรรยาซึ่งมีรูปงามดุจเทพอัปสรเที่ยวไปด้วยเล่า ภรรยาจะทำให้สมณธรรมของท่านมัวหมอง ท่านจงยินดีในการอยู่คนเดียวเถิด”
“ใครหนอเป็นผู้แนะนำธรรมะสั่งสอนพระองค์ ถ้อยคำอันสะอาดนี้ เป็นถ้อยคำของใคร ดูก่อนพระองค์ผู้เป็นจอมทัพ เพราะข้าพระองค์มิเคยเห็นพระองค์ได้ตรัสกับสมณะผู้มีวัตรปฏิบัติก้าวล่วง ทุกข์ ซึ่งแนะนำหนทางสู่ความหลุดพ้นแก่พระองค์เลย”
นารทดาบสต้องการให้พระโพธิสัตว์สมาทานมั่น จึงถวายข้อคิดว่า “พระองค์ เพียงแต่ทรงเพศบรรพชิตนี้ จะสำคัญว่า เราข้ามพ้นกิเลสแล้วหาได้ไม่ กรรมคือกิเลสนี้ ไม่ใช่ว่าจะพึงข้ามได้ด้วยเหตุเพียงเท่านี้ เพราะยังมีอันตรายอยู่มาก”
เมื่อพระโพธิสัตว์เจ้าเสด็จออกจากพระนครไปได้ระยะ หนึ่ง ก็มีพระดำริว่า เราจะให้พระเทวีและมหาชนกลับในบัดนี้ จึงทรงหยุดพระดำเนิน แล้วหันมาตรัสถามผู้ที่ติดตามพระองค์มาว่า “ราชสมบัติในมิถิลานครเป็นของใคร” เหล่าอำมาตย์ก็กราบทูลว่า “เป็นของพระองค์ พระเจ้าข้า” “ถ้าเช่นนั้น พวกท่านจงลงราชทัณฑ์แก่ผู้ที่ข้ามรอยที่เราจะขีดนี้”