เมื่อพราหมณ์เกวัฏกราบทูลแผนการจบลง สุวโปดกมาถูระก็บินรี่ออกจากที่ซ่อน โผลงจับกิ่งสาละที่อยู่เหนือศีรษะของพราหมณ์เกวัฏ พลางถ่ายคูถรดลงบนศีรษะของเกวัฏ แล้วร้องขึ้นว่า “ปรึกษาอะไรกัน”
พระเจ้าจุลนีทรงสดับอุบายนั้นแล้ว ก็ทรงปีติยินดียิ่งนัก ถึงกับตรัสชมพราหมณ์เกวัฏผู้เป็นต้นคิดว่า “แผนการของท่านอาจารย์ช่างแยบยลอะไรเช่นนี้ ดีละท่านอาจารย์ ถ้าเช่นนั้น ท่านจงรีบเตรียมการเคลื่อนพลโดยเร็วเถิด”
เมื่อ ได้ทราบถึงสิ่งของอันเป็นที่ต้องพระทัยของพระราชาทั้ง ๑๐๑ พระองค์แล้ว มโหสถบัณฑิตจึงได้มอบหมายให้ช่างวังหลวงทำเครื่องราชูปโภคต่างๆขึ้นมา เป็นกุณฑลบ้าง ฉลองพระบาทบ้าง พระขรรค์บ้าง สุวรรณมาลาบ้าง ตามแต่พระราชาเหล่านั้นจะทรงโปรดปราน
มโหสถบัณฑิตก็ยังมิได้นิ่งนอนใจ ดำริอยู่ในใจว่า “ฐานะ ของเราในยามนี้เท่ากับเป็นผู้พิทักษ์พระเศวตฉัตรของพระราชา ฉะนั้นเราจะมัวเมาประมาทอยู่มิได้เลย ควรจะเร่งทำนุบำรุงแว่นแคว้นให้มั่นคงเป็นปึกแผ่น เพื่อให้วิเทหรัฐทวีความยิ่งใหญ่เกรียงไกรอย่างที่ไม่มีแว่นแคว้นใดเสมอ เหมือน”
ครั้นท้าวเธอได้ทอดพระเนตรเห็นอาจารย์ทั้ง ๔ มาเข้าเฝ้า ก็มิได้ทรงรอช้า รีบรับสั่งถามอาจารย์ทั้ง ๔ ทันทีว่า “ท่านอาจารย์ฆ่ามโหสถแล้วหรือ” พระสุรเสียงของพระองค์สั่นสะท้าน เหมือนทรงข่มพระทัยอย่างสุดกำลัง “ขอเดชะ พระอาญามิพ้นเกล้า” ท่านเสนกะกราบบังคมทูล “พวกข้าพระพุทธเจ้ามาซุ่มรอตั้งแต่เช้าตรู่ จนบัดนี้
การณ์ครั้งนี้ เป็นที่น่าชื่นชมพระนางอุทุมพรเทวี ที่พระนางทรงมีไหวพริบปฏิภาณเป็นเยี่ยม ทรงดับความเร่าร้อนในพระทัยของพระเจ้าวิเทหราช ทำให้พระองค์บรรทมหลับลงได้ ประดุจน้ำที่ช่วยดับไฟมิให้ลุกลามต่อไป
ฝ่ายพระเจ้าวิเทหราช พระองค์เสด็จเข้าสู่พระแท่นบรรทมตั้งแต่ปฐมยาม จนล่วงเข้ามัชฌิมยามแล้ว ก็ยังมิอาจข่มพระเนตรลงได้ ท้าวเธอเสด็จบรรทมอยู่ด้วยพระหฤทัยกระสับกระส่ายยิ่งนัก ทุกครั้งที่ทรงหวนระลึกถึงใบหน้าของมโหสถบัณฑิต และภาพเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านพ้นมาเมื่อตอนกลางวัน ท้าวเธอก็ยิ่งไม่สบายพระทัยเป็นนักหนา
เรื่องราวอันเป็นความลับเฉพาะตนที่ อาจารย์ทั้ง ๔ นำมาเล่าสู่กัน ไม่ต่างอะไรกับคนโง่เขลาเบาปัญญา ที่ผ่าอกของตนแล้วสาวไส้ออกมาพร้อมจะให้หมู่นกกาจิกกิน ช่างน่าสงสารอาจารย์เหล่านั้น ที่หารู้ไม่ว่ามโหสถกำลังแอบฟังความลับทั้งหมดของพวกตนอยู่ในถังข้าวใบนั้นเอง
ครั้นมโหสถบัณฑิตได้พิสูจน์ให้พระเจ้าวิเทหราช ทรงทราบถึงเจตนาที่บริสุทธิ์ของตน กระทั่งเปลื้องมลทินจนหมดสิ้นแล้ว จึงคิดในใจว่า “บัดนี้เป็นโอกาสที่เราจะได้กล่าวทักท้วงพระองค์ในข้อที่ทรงทำเกินกว่าเหตุ เป็นข้อบกพร่องที่พระองค์ควรจะทรงรับรู้ไว้บ้าง”
เมื่อกลับมาถึงพระราชวัง มโหสถบัณฑิตยังมิได้เข้าเฝ้าพระเจ้าวิเทหราชในทันที แต่ให้โอกาสมหาอำมาตย์เข้าเฝ้าก่อน เพื่อทูลถวายรายงานให้ท้าวเธอทรงทราบล่วงหน้า ส่วนตนก็ยังคงยืนรออยู่ภายนอกเขตพระราชฐาน