สุวโปดกเห็นว่าโอกาสมาถึงตนแล้ว จึงได้แสร้งตีหน้าเศร้า พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงสะอื้นว่า “สาลิกาจ๋า หากว่าเธออยากรู้จริงๆ ฉันก็จะเปิดเผยความในใจของฉันให้เธอฟัง”
“โอว...สาลิกาจ๋า เธอช่างดีเหลือเกิน ฉันได้คุยกับนางนกสาลิกามามากต่อมาก ยังไม่เคยเห็นใครที่ทั้งสวยและจิตใจงดงามอย่างเธอมาก่อน” คำป้อยอของสุวโปดกเห็นจะถูกอกถูกใจของนางสาลิกาอย่างมาก มิตรภาพแรกพบระหว่างนกทั้งสองกำลังเป็นไปได้อย่างสวยงาม ด้วยวาจาอันไพเราะที่ต่างฝ่ายต่างมีให้ซึ่งกันและกัน
มโหสถพิจารณาอยู่ว่า “...ชายเข็ญใจผู้นี้เป็นใครกันแน่ ตาก็ไม่กระพริบ แววตาช่างดูมีอำนาจ ซ้ำยังองอาจ มิได้ครั่นคร้ามต่อสิ่งใด ทั้งที่มายืนอยู่ท่ามกลางมหาชนมากมายถึงเพียงนี้”ทันใดนั้นความคิดหนึ่งก็แวบขึ้นมา “..หรือว่าชายผู้นี้ จะเป็นท้าวสักกเทวราช จอมเทพแห่งดาวดึงส์พิภพจำแลงมา...” แล้วมโหสถจะตัดสินคดีความอย่างไรนั้น
คำถามน่ารู้ เกี่ยวกับ "สุนทรภู่"
"จารึกวัดโพธิ์มีคุณค่าในด้านความเป็นหนึ่งเดียวที่ไม่อาจทดแทนได้ หากสูญหายหรือเสื่อมสภาพนับเป็นอันตรายใหญ่หลวงต่อมนุษยชาติ
พระเจ้าวิเทหราชทรงสดับคำตอบของอาจารย์เสนกะ ก็ทรงดีพระทัยยิ่งนัก ท้าวเธอจึงลองตรัสถามอาจารย์ที่เหลือตามลำดับ ครั้นแล้วก็ทรงได้รับคำตอบในทำนองเดียวกันทั้งสิ้น ไม่มีผู้ใดกราบทูลทัดทานเลย เมื่อเป็นดังนี้ ท้าวเธอก็ทรงคลายความระแวงพระทัย และทรงปักพระทัยมั่นที่จะเสด็จไปปัญจาลนครตามคำทูลเชิญของพระเจ้าจุลนี
ขณะที่กำลังเสด็จผ่านต้นมะเดื่อนั้น ท้าวเธอก็ทรงทอดพระเนตรเห็นนางนั่งอยู่ลำพังผู้เดียวบนคาคบต้นมะเดื่อ จึงทรงขอเหนี่ยวพระคชาธารให้หยุดรอ ขณะที่เหล่าข้าราชบริพารที่เหลือ ต่างพากันจ้องมองนางอย่างไม่กระพริบตา
กลอนเพราะๆ จากสุนทรภู่ ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการบวช
เดือนมิถุนายนเป็นเดือนที่มีความสำคัญเด็กๆจะต้องเขียนเรียงความวันสุนทรภู่ วันนี้มีตัวอย่างการเขียนเรียงความวันสุนทรภู่ดังนี้...
กลอนสดุดีสุนทรภู่ หรือ พระสุนทรโวหาร (ภู่) กวีเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นกวีชาวไทยที่มีชื่อเสียง ได้รับยกย่องเป็น เชกสเปียร์แห่งประเทศไทย