มีภาษิตโบราณกล่าวว่า คุณค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน แต่ถ้าผลของงานเป็นสิ่งทำลายสังคม และมนุษยชาติ เช่น อาชีพผลิต และค้าขายอาวุธ ค้าขายมนุษย์ ค้าขายของมึนเมา คนที่อยู่ในวงจรมิจฉาอาชีวะอย่างนี้ มีคุณค่าจริงหรือ?
ถ้าตั้งความปรารถนาจะไปดุสิตบุรี วงบุญพิเศษ ตัวเราก็ต้องให้พิเศษแตกต่างจากปกติของมนุษย์ธรรมดาพิเศษ คือ จะต้องเข้าถึงพระธรรมกาย มีพระธรรมกายปรากฏชัดใสแจ่มอย่างนี้ แม้พระธรรมกายจะมีอยู่ในตัวทุกคน แต่ถ้ายังเข้าไม่ถึง มีก็เหมือนไม่มี เหมือนน้ำใต้ดิน เรารู้ว่ามีน้ำใต้ดิน แต่ถ้าไม่เจาะไม่ขุดไปให้ถึงก็ไม่ได้น้ำมาดื่มมาใช้ พระธรรมกายในตัวก็เช่นเดียวกัน แม้มีอยู่แต่ถ้าหากยังเข้าไปไม่ถึงก็เอามาใช้ไม่ได้
ความหิวเป็นโรคอย่างยิ่ง สังขารทั้งหลายเป็นทุกข์อย่างยิ่ง บัณฑิตทราบเนื้อความนั้นตามความจริงแล้ว พึงกระทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพาน เพราะพระนิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง
ดอกบัวอาศัยเกิดในน้ำและเปือกตม แต่เมื่อเจริญโผล่พ้นผิวน้ำแล้ว กลับไม่ติดด้วยน้ำและเปือกตม เป็นธรรมชาติที่น่าอัศจรรย์ทีเดียว
อุเบกขาบารมี หมายถึง การฝึกใจของพระโพธิสัตว์ให้หยุดนิ่ง โดยไม่หวั่นไหวต่ออารมณ์หรือสิ่งต่างๆที่มากระทบอย่างเอาชีวิตเป็นเดิมพัน
กว่าจะได้มาเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทุกๆพระองค์จะต้องทรงผ่านการบำเพ็ญเพียรและสั่งสมบารมีอย่างเอาชีวิตเป็นเดิมพัน เป็นเวลายาวนาน
บุญที่คนเราทำไว้จะติดตามตัวเราไปเหมือนเงา ไม่ได้สูญหายไปไหน และจะส่งผลมากมายเกินคาด คล้ายกับการที่เรานำเมล็ดผลไม้เพียง ๑ เมล็ดมาปลูก เมื่อเติบโตเต็มที่ก็จะให้ผลครั้งละมากมายและเก็บผลได้นานหลายปี บุญแม้ทำเพียงครั้งเดียวก็ให้ผลมหาศาล และนำไปใช้ได้ข้ามภพข้ามชาติ บาปก็เช่นกันทำเพียงครั้งเดียวก็จะส่งผลร้ายข้ามภพข้ามชาติ
บางคนอาจสงสัยว่า ทำไมบางคนทำบุญแล้วบุญส่งผลเร็วบางคนส่งผลช้า ซึ่งเหตุผลข้อหนึ่งที่มีอิทธิพลต่อการส่งผลของบุญก็คือ “ความปลื้ม” ทั้งก่อนทำ ขณะทำ และหลังทำ เพราะถ้าเราปลื้มและหมั่นนึกถึงบุญบ่อย ๆ ใจเราก็จะใส
กิเลส เป็นศัพท์เฉพาะ มีอยู่ในพระไตรปิฎกเท่านั้น ผู้ที่เห็นกิเลสเป็นท่านแรก คือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
บุคคลในโลกนี้ ตั้งใจไว้ชอบ กล่าววาจาชอบ การงานชอบ เป็นผู้มีการสดับมาก ได้ทำบุญไว้ในชีวิตอันมีประมาณน้อยนิดในมนุษย์โลกนี้ บุคคลนั้นเป็นผู้มีปัญญา เมื่อตายไปย่อมเข้าถึงสวรรค์