พระพุทธศาสนาไม่มีวันเสื่อม มีแต่คนเรานี่แหละที่เสื่อมจากพระพุทธศาสนา สาเหตุสำคัญที่ทำให้เสื่อมก็คือ คนพาล ทั้งพาลภายนอกและพาลภายใน
สอนให้สุนทรีไม่มีสมบัติเกินจำเป็น มองโลกในแง่ร้าย อะไรก็ไม่เที่ยง ฝืนธรรมชาติไม่มีเมีย ไม่มีความรู้สึก ไม่ยินดียินร้ายใดๆ ข้อความทั้งหมดนี้จริงหรือไม่ ถ้าจริงคนเราก็ควรมาอยู่วัดให้หมด
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ตรัสรู้ล่วงไปแล้วในอดีตนั้นนับไม่ถ้วน แต่ในกัปนี้ โลกมนุษย์เรามีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบังเกิดขึ้นผ่านไปแล้ว 4 พระองค์ คือ พระกกุสันธะพุทธเจ้า พระโกนาคมนะพุทธเจ้า พระกัสสปะพุทธเจ้า และพระพุทธเจ้าในยุคของพวกเรามีพระนามว่า พระโคตมะพุทธเจ้า
ชีวิตของเราคือเงาของความคิด นั่นก็หมายความว่า ถ้าเราอยากได้ชีวิตเป็นอย่างไร ก็ต้องเริ่มปรับกันตั้งแต่ความคิดเลยค่ะ และแน่นอนค่ะว่ามนุษย์ทุกคนในโลกนี้ ล้วนแล้วอยากให้ตนเองชนะ ไม่ได้อยากเป็นผู้แพ้ แต่จะเป็นผู้ชนะได้อย่างไร ต้องเริ่มตั้งแต่ความคิดว่า แล้วจะปรับโหมดความคิดของเราอย่างไร ให้ตรงกับความคิดของผู้ชนะ ดังนั้นวันนี้เราเลยมาพูดคุยกันในเรื่องคิดอย่างผู้ชนะ แต่ก่อนที่จะถึงความคิดของเค้านะค่ะ มาดูคำจำกัดความก่อนดีกว่า ว่าผู้ชนะเค้าคิดกันอย่างไร
บุคคลใดประมาทในกาลก่อน แล้วกลับมาไม่ประมาทในภายหลัง เขาย่อมยังโลกนี้ให้สว่าง กระจ่างดังพระจันทร์เฉิดฉายในนภากาศ
ต่อไปนี้จะเป็นเรื่องราวของท่านมหาเสนาบดีในช่วงชีวิตวยรุ่นที่อยากแสวงหาและศึกษาในเรื่องของจอมขมังเวทย์ ส่วนเรื่องราวจะเป็นอย่างไรนั้น ต้องตามไปดู
เราอาศัยอยู่ที่ภูเขาหิมพานต์ เรานุ่งห่มหนังสัตว์ อยู่ในระหว่างภูเขา เราได้เห็นพระสัมพุทธเจ้า ผู้มีพระฉวีวรรณดั่งทองคำ ดุจพระอาทิตย์แผดแสง เสด็จเข้าป่างามเหมือนพญารังมีดอกบาน จึงยังจิตให้เลื่อมใสในพระรัศมี แล้วนั่งกระโหย่งประณมอัญชลี ถวายบังคมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่า วิปัสสี ด้วยเศียรเกล้า ในกัปที่ ๙๑ แต่กัปนี้ เราไม่เคยพลัดตกไปสู่ทุคติเลย
การที่คนเราพากเพียร พยายามหมั่นศึกษาความรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หมายถึงการแหกคุก คือ ออกจากโลกที่เราข้องอยู่
“ดูก่อนภิกษุในศาสนาของเรานี้ ล้วนสรรเสริญคุณของความเป็นผู้มักน้อย สันโดษ รักสงบ เพียรผลาญกิเลสให้สิ้นไปมิใช่หรือ? แล้วทำไมท่านกลับถึงทำสิ่งไม่ควรเช่นนี้เล่า” พระภิกษุเจ้าสำรวย ได้ฟังคำพระพุทธเจ้าแล้ว แทนที่จะสำนึกผิดกลับบันดาลโทสะ ประชดประชัน ทำสิ่งมิควรอีก
ณ พระเชตะวันมหาวิหารกาลนั้น มีภิกษุสงฆ์ผู้ตกทุกข์ด้วยเหตุจากอิสตรีเข้ากวนกิเลสมิให้ดื่มด่ำธรรมรสได้ดุจเดิม กิเลสจากหญิงนั้นทำให้บุตรแห่งพระสมณโคดมรูปหนึ่ง มิเป็นอันบำเพ็ญภาวนา