พระโพธิสัตว์ได้ใช้สติปัญญา แก้ข้อครหาของอำมาตย์ทั้ง ๕ คน เช่น เรียกให้อุจเฉทวาทีอำมาตย์เข้ามา พลางกล่าวว่า "ท่าน กล่าวว่า ทานที่บุคคลให้แล้วไม่มีผล และยังสำคัญว่า สัตว์ทั้งหลายย่อมขาดสูญในโลกนี้เท่านั้น สัตว์ผู้ไปสู่ปรโลกไม่มีเลย แล้วมาหัวเราะเยาะเราทำไม"
ช่วงเวลาอื่นที่ไม่ได้นั่งสมาธิก็นึกถึงสูตรเด็ดกลเม็ดเคล็ดลับที่สำคัญ ที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อให้ไว้ คือ “การบ้าน 10 ข้อ อย่าขาด ทำในทุกอิริยาบถ ทั้งนั่ง นอน ยืน เดิน โดยให้ใจชำเลืองมองดูศูนย์กลางกาย ดูดวงธรรมไปด้วย เราจะรู้สึกว่าชีวิตเกิดมามีคุณค่าทุกนาที ดูดีที่ฐานที่ 7 เหมือนมีเพื่อนที่คอยให้ความรักความอบอุ่น มีเพื่อนดีๆอยู่กลางกายตลอดเวลา”
พระราชาพระองค์หนึ่ง ทรงพระนามว่า นัคคชิ พระองค์ทรงทอดพระเนตรเห็นหญิงคนหนึ่งที่สวมกำไลแก้วมณี แล้วทรงดำริว่า กำไล แขนนี้ เมื่ออยู่ข้างละอันไม่กระทบกัน ครั้นเมื่อย้ายมาอยู่รวมกันจึงกระทบกัน สัตว์ทั้งหลายก็เช่นเดียวกัน หากแยกกันอยู่จะไม่ส่งเสียง ไม่ทำร้ายกัน เมื่อมี ๒ คน หรือ ๓ คนขึ้นไป จะกระทบกระทั่งกัน มีการทะเลาะวิวาททำร้ายกันเป็นต้น
พระบรมศาสดาประทานพระโอวาทว่า "อานนท์ เธอเป็นผู้ที่ได้ทำบุญไว้ดีแล้ว ในบรรดาพุทธอุปัฏฐากทั้งหลายในภัทรกัปนี้ เธอเป็นยอดของอุปัฏฐากเหล่านั้น เพราะฉะนั้น เธอจงหมั่นประกอบความเพียรเถิด จักเป็นผู้หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะในภพชาตินี้" แล้วท่านพระอานนท์ ท่านได้บรรลุธรรมโดยขณะที่กำลังเองหลังลงนอน เรื่องราวเป็นอย่างไรนั้น
การอธิษฐานนี้ เป็นบารมีอย่างหนึ่ง ที่เราต้องทำให้สม่ำเสมอทุกๆ วัน การอธิษฐานที่ถูกวิธี ไม่ใช่ไปอธิษฐานกับภูเขาต้นไม้ ทรงเจ้าเข้าผี หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ แต่ให้ระลึกนึกถึงบุญกุศลความบริสุทธิ์ ที่เราได้สั่งสมมานับภพนับชาติไม่ถ้วน อีกทั้งอานุภาพของพระรัตนตรัยที่ไม่มีประมาณ นึกถึงสิ่งประเสริฐเหล่านี้ แล้วอธิษฐานจิตตั้งความปรารถนาในสิ่งที่ดีงาม เราจะสมปรารถนาในที่สุด
พระเจ้าอังคติราชสดับเช่นนั้นแล้ว เกิดความสลดสังเวช กลัวที่จะต้องไปบังเกิดในมหานรก จึงตรัสว่า "บัด นี้ ข้าพเจ้าแทบจะล้มเหมือนต้นไม้ที่ถูกตัด ข้าพเจ้าหลงผิดจึงไม่รู้จักทิศ ท่านฤๅษี ขอท่านจงเป็นที่พึ่งของข้าพเจ้า เสมือนกับน้ำดื่มแก้กระหายในเวลากระหายน้ำ ขอท่านจงเป็นเหมือนเกาะเป็นที่อาศัยในห้วงมหาสมุทร และขอท่านจงเป็นเหมือนประทีปส่องสว่างในที่มืดของข้าพเจ้าด้วยเถิด
ผมเป็นน้องเล็กที่สุดในรุ่น ตอนแรกผมไม่คิดจะบวช แต่เห็นพี่ๆเขาเตรียมตัวบวชแล้ว ผมเลยรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว อยากบวชบ้าง และที่สำคัญผมมี สามเณรพ่อ เป็นแรงใจอยู่ข้างๆ สามเณรพ่อเป็นต้นแบบ พ่อไม่ลุกผมก็ไม่ลุก แต่ก็มีบ้าง คือถ้าสามเณรพ่อนั่งนานเกินไปผมก็จะสะกิดว่า “พ่อครับ เมื่อไหร่จะลุก” หรือถ้าไม่ลุกผมก็เอนศีรษะพิงร่างอันอบอุ่นของพ่อไปเลย
จากนั้น ก็รู้สึกว่า มีองค์พระ มานั่งอยู่ในกลางท้องของลูกค่ะ ท่านมานั่งใสแจ่ม สงบนิ่ง พอลืมตาก็ยังเห็นท่านนั่งอยู่ในกลางท้อง ลูกก็สงสัยว่า "นี่เราคิดไปเองหรือเปล่านะ" จึงโทรศัพท์ไปถามกับพระอาจารย์ว่า “ทำไมอยู่ดีๆ องค์มานั่งอยู่ในท้องเฉยเลย ใช่องค์พระของแท้หรือเปล่าคะ” ท่านก็บอกว่า “ใช่เลย โยมมั่นใจได้เลย”
แต่ผมเห็นเป็นโครงกระดูกมนุษย์ทั้งตัว (Skeleton) เลยครับ มีกระดูกทุกส่วนสมบูรณ์ แต่อยู่ในท่านั่งขัดสมาธิ ท่านั่งสมาธิเหมือนที่เวลาผมเห็นใน DMC เลยครับ ซึ่งผมก็นั่งดูไปเรื่อยๆ ประมาณ 10นาที ปรากฏว่า โครงกระดูกในท่านั่งสมาธิ ก็ค่อยๆใสขึ้นๆ จนกระทั่งกลายเป็นโครงกระดูกแก้ว (Glass Skeleton) แล้วโครงกระดูกที่ใสเป็นแก้วนั้น ก็มีแสงส่องสว่างออกมารอบๆ (Very Shiny)