ผมก็เป็นวัยรุ่นธรรมดาคนหนึ่งที่มีชีวิตเหมือนวัยรุ่นทั่วไป แบบว่า ว่างก็เดินเหล่สาวแถวสยามฯ เข้าร้านเน็ต เล่นเกม เล่น MSN เวลาอยากร้องเพลง เราก็จะไปกันเป็นทีม เข้าไปอัดรวมกันอยู่ในตู้เล็กๆ เหมือนคนขาดความอบอุ่น แล้วแย่งกันร้องเพลง
ตอนนั่งสมาธิที่วัด ผมพยายามนั่งให้สบายๆ หลับตาพริ้มๆ และค่อยๆสูดลมหายใจลึกๆ ให้เข้ากับคำพูดของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ หายใจเข้าผ่านจมูก แล้วนึกให้มีการเคลื่อนที่ช้าๆ ลงไปยังฐานที่7 ทำนิ่งๆ ฟังเสียงของพระเดชพระคุณหลวงพ่อไปเรื่อยๆ แม้ผมจะยังไม่เข้าใจภาษาไทยมากนัก แต่น้ำเสียงของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ก็ช่วยพาผมดำดิ่งเข้าไปยังอีกโลกหนึ่ง เป็นโลกของสันติสุข
ตอนนี้ ผมได้รับคำตอบ กับคำถามที่ตั้งไว้ในใจตอนแรกแล้วว่า ผมจะสามารถทำสมาธิได้หรือไม่ ผมรู้แล้วว่าผมทำได้ แล้วจะทำต่อไปเรื่อยๆ ไม่ยอมหยุด ผมจึงขออยู่ที่เชียงใหม่ต่ออีกหนึ่งอาทิตย์ เพื่อนั่งสมาธิ ผมอยากบอกทุกๆคนว่า ให้ทุกคนพยายามต่อไป อย่ายอมแพ้ (Don't give up) สมาธิจะช่วยลดความเครียด ช่วยในเรื่องการตัดสินใจ ทั้งในเรื่องของตนเองและผู้อื่น ทำให้คิดรอบคอบมากขึ้นกับสิ่งที่เรากระทำ
กระผมเชื่อว่า ภายในใจของทุกคนล้วนมีรัตนะอันสว่าง ขอเพียงเรานั่งลง ทำใจหยุดนิ่งก็จะค้นพบตัวเองได้ ดังนั้น การที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อสร้างสถานที่ปฏิบัติธรรมจำนวนมากที่เชียงใหม่ จึงถือได้ว่า พระเดชพระคุณหลวงพ่อมีเมตตามาก เปรียบประดุจมารดาของทุกคน (ซึ่งคนจีนจะอุปมาบุคคลที่เคารพเหมือนมารดา) เสียสละเพื่อให้ทุกคนได้กลับสู่โลกอันบริสุทธิ์ มาฝึกจิตหยุดนิ่งให้เข้าถึงความสว่างที่แท้จริงภายใน
เยาวชนชาวพุทธจากสาธารณรัฐคาลมิเกีย จำนวน 25 คน ได้เดินทางมาวัดพระธรรมกายเพื่อร่วมโครงการแลกเปลี่ยนผู้นำพุทธศาสนิกชน
ในทางโลกผมเป็นอาจารย์สอนที่คณะพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยริชโช ประเทศญี่ปุ่นครับ ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับพระอภิธรรมจากตำรามากว่า 40 ปีแล้ว แต่ในทางธรรมนับแต่วันที่ผมได้บวชเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา
โครงการอบรมพระธรรมทายาทชาวญี่ปุ่น รุ่นที่ 2