สิ่งทั้งหลายทั้งปวงในโลกนี้ ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ หรือสิ่งของก็ตาม ล้วนมีความไม่เที่ยง แปรปรวนอยู่ตลอดเวลา เปลี่ยนแปลงไปสู่ความเสื่อมโทรมทุกอนุวินาที และในที่สุดต้องแตกดับสลายไป มนุษย์ทุกคนเกิดมาแล้วก็ต้องตาย แม้แต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เป็นเลิศกว่าใครในภพสาม ยังต้องทิ้งพระวรกายของพระองค์ไว้ในโลก และดับขันธปรินิพพาน
10 กันยายน วันคล้ายวันละสังขารคุณยายอาจารย์ มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ผู้ให้กำเนิดวัดพระธรรมกาย
วัดพระธรรมกายซิลิคอนวัลเลย์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้จัดกิจกรรมงานบุญวันอาทิตย์ภาคภาษาอังกฤษ พร้อมทั้งพิธีสวดพระพุทธมนต์ เนื่องในวันคล้ายวันละสังขารของคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง
วัดพระธรรมกายดีซี ประเทศสหรัฐอเมริกา จัดงานบุญครบรอบ 19 ปี วันคล้ายวันละสังขารคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง
วัดพระธรรมกายจัดพิธีสวดพระพุทธมนต์และถวายภัตตาหารเป็นสังฆทาน เนื่องในวันคล้ายวันละสังขาร คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ครบรอบ 18 ปี
สุมนสามเณร บวชเป็นสามเณรเพื่อคอยอุปัฏฐากพระอนุรุทธเถระสาวกพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เลิศทางด้านทิพยจักษุญาณ(ตาทิพย์)
ลูกได้แลเห็นความเสื่อมในสังขารของตนเองและภรรยา เพราะทุกๆคนบนโลกใบนี้ ล้วนมีความแก่เป็นธรรมดา ยังไม่ล่วงพ้นความแก่ไปได้
ด้วยกุศลกรรมที่ทำไว้นั้น ได้ไปบังเกิดบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ได้เป็นมเหสีของจอมเทพ ๑,๐๐๐ องค์ เมื่อกลับลงมาเกิด ก็ได้เป็นมเหสีของพระเจ้าจักรพรรดิถึง ๑,๐๐๐ ชาติ ต่อจากนั้นก็ได้เกิดเป็นมเหสีของพระราชาประเทศราช นับภพนับชาติไม่ถ้วน โดยพระนางไม่รู้จักทุคติเลย นี้ก็เป็นบุญพิเศษที่เกิดจากการถวายบิณฑบาตทุกวัน
ตัวลูกไม่ชอบการสัมผัสตัว แม้กับคุณแม่ของตนเอง เพราะชาติหนึ่งในอดีต ตัวลูกเกิดเป็นผู้หญิงมีทุกข์จากการครองเรือนมาก จึงได้หนีออกจากครอบครัวไปบวชเป็นแม่ชีโกนหัวแต่งชุดขาวเข้าวัด และได้รับคำอบรมสั่งสอนว่า ไม่ให้ยินดีในผัสสะหรือการสัมผัส
พระบรมศาสดาประทับยืนที่เหนือศีรษะของท่าน ตรัสให้เห็นทุกข์เห็นโทษของสังขารร่างกายนี้ว่า "กายของเธอนี้อยู่อีกไม่นาน เพราะจะปราศจากวิญญาณแล้ว หาอุปการะมิได้ อีกไม่นานต้องนอนบนแผ่นดิน เหมือนท่อนไม้ที่ไม่มีประโยชน์"