บุคคลทำกรรมใด ย่อมมองเห็นกรรมนั้นในตน ผู้ทำกรรมดี ย่อมได้ผลดี ผู้ทำกรรมชั่ว ย่อมได้ผลชั่ว บุคคลหว่านพืชเช่นใด ผลย่อมงอกขึ้นเช่นนั้น
ความรู้เมื่อเกิดแก่คนพาล ย่อมเป็นไปเพื่อความฉิบหายเท่านั้น ความรู้นั้นย่อมยังปัญญาของเขาให้ตกไป และฆ่าสุกธรรมของคนพาลเสีย
จากตอนที่แล้ว พระราชโอรส ซึ่งบัดนี้ได้กลายเป็นหัวหน้าแก๊งเด็กไปแล้วโดยปริยาย ก็ได้พาพวกเด็กๆ ไปเที่ยวงานเทศกาลในส่วนอื่นๆ ต่อ โดยมีท่านมหาเสนาบดี พร้อมกับเพื่อนๆ ของท่าน ตามไปด้วย แล้วทั้งหมดก็เดินมาถึงบริเวณพิธีที่สำคัญที่สุดในงานเฉลิมฉลองครั้งนี้ นั่นก็คือการชิงช่อดอกไม้
ท่านมหาเสนาบดีก็ยังคงสังเกตเห็นว่า พระราชโอรสยังคงมีความรู้สึกนิ่งเฉย ต่อการฝึกของเหล่านักเรียนเตรียมทหารชุดพิเศษ ซึ่งท่านมหาเสนาบดีก็ยังมองพระราชโอรสไม่ออกว่า ทำไมพระราชโอรสจึงไม่ยินดียินร้ายในสิ่งเหล่านี้เลย.....
บุคคลไม่ควรคบปาปมิตร ไม่ควรคบบุรุษต่ำช้า ควรคบกัลยาณมิตร ควรคบบุรุษสูงสุด
และแล้วเวลาที่รอคอยก็มาถึง เมื่อคุณครูไม่ใหญ่หยิบยกเรื่องราวของมหาเสนาบดีผู้ยิ่งใหญ่มาเล่าเป็นกรณีศึกษา เรื่องราวจะสนุกสานน่าตื่นเต้นเพียงไร มาติดตามกันเลยค่ะ
กรรมที่เรากระทำเมื่อแสนกัปที่แล้ว ให้ผลแก่เราในที่นี้ เราได้เผากิเลสของเราแล้ว ดุจกำลังลูกศรพ้นจากแล่งไป ในแสนกัปแต่กัปนี้ เราได้ทำกรรมใดไว้ ด้วยผลแห่งกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายธง
ผู้ใดปลูกต้นโพธิ์นี้ และกระทำพุทธบูชาโดยเคารพ ผู้นั้นย่อมเข้าถึงอานิสงส์ใหญ่ไม่มีประมาณ จักได้เสวย เทวรัชสมบัติในเทวโลกตลอด ๓๐ กัป และจักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๖๔ ครั้ง เสวยสมบัติทั้งสองแล้วจักรื่นรมย์ อยู่ในความเป็นมนุษย์ ผู้นั้นมีใจแน่วแน่เพื่อความเพียร สงบระงับ ไม่มีอุปธิ กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้วจักไม่มีอาสวะ ได้บรรลุพระนิพพาน
เราได้ทำกุศลกรรมที่พระพุทธเจ้าสรรเสริญ จึงสร่างโศก หมดโรค หมดภัย สุขกาย สบายใจ รื่นเริงบันเทิงอยู่เป็นนิตย์
ข้าพเจ้ามีใจเลื่อมใส ได้ถือเอาดอกไม้ของหอม และเครื่องลูบไล้ ไปบูชาพระสถูปของพระศาสดาด้วยมือของตนเอง เพราะกรรมนั้น รูป คติ ฤทธิ์และอานุภาพเช่นนี้จึงมีแก่ข้าพเจ้า